
“เอกนิติ” เร่งสั่งบัญชีกลาง ส่งการบ้าน สมุดพกผู้รับเหมา ล่าสุดกรมบัญชีกลาง ทำเสร็จแล้วเสนอ รมว.คลัง ใช้เกณฑ์ หักคะแนนผู้รับเหมาห่วย พร้อมออกเกณฑ์ขันนอต ยกเลิกผู้รับเหมาห่วย แม้ประมูลได้ราคาต่ำสุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลาง เร่งจัดมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะการทำร่างระเบียบการจัดทำสมุดพกผู้รับเหมาให้สำเร็จโดยเร็ว ซึ่งล่าสุดกรมบัญชีกลางได้จัดทำร่างสมุดพกผู้รับเหมาสำเร็จ และเสนอให้ รมว.คลัง พิจารณา หากผ่านความเห็นชอบก็จะใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับดูแลผู้รับเหมาที่เข้ามาดำเนินโครงการรัฐทั่วประเทศให้มีประสิทธิภาพขึ้น
สำหรับสมุดพกผู้รับเหมา คือระบบบันทึกและติดตามประวัติผลการดำเนินงานของผู้รับเหมาแต่ละรายที่เข้าร่วมประมูลและรับงานจากภาครัฐ โดยจะรวบรวมข้อมูลสำคัญทั้งหมดของผู้รับเหมาไว้ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นประวัติการรับงาน ผลการส่งมอบงาน คุณภาพของผลงานที่ผ่านมา ความตรงต่อเวลา ประวัติการถูกร้องเรียน มาตรฐานความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน และจะมีการหักคะแนนหากไม่สามารถดำเนินการได้ตามสัญญา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณาคุณสมบัติของผู้รับเหมาในการเข้าร่วมประมูลโครงการของรัฐในอนาคต
ทั้งนี้ นอกจากการทำสมุดพกผู้รับเหมาแล้ว กรมบัญชีกลาง ยังได้ออกมาตรการคุมเข้มเหตุการณ์ที่มีงานก่อสร้างของภาครัฐเกิดข้อบกพร่องหรือผิดพลาด เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของผู้รับจ้าง จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ชีวิตและทรัพย์สินประชาชน ซึ่งที่ผ่านมายังมีช่องโหว่ให้ผู้ประกอบการเหล่านี้แม้จะก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ยังมีสิทธิเข้ายื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานของรัฐได้หากผ่านคุณสมบัติและเสนอราคาต่ำสุด
นางแพตริเซีย มงคลวนิช อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า คณะกรรมการนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ได้ออกข้อกำหนดในแบบเอกสารประกวดราคา สำหรับงานจ้างก่อสร้างเพิ่มเติม เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาแต่ละโครงการ มีสิทธิให้ผู้ยื่นข้อเสนอชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานะ สภาพคล่อง เพื่อประกอบการพิจารณาว่าจะรับ หรือไม่รับข้อเสนอของผู้เสนอราคารายนั้นได้ อีกทั้งหากผู้เสนอราคารายต่ำสุดเคยปฏิบัติงานแล้วเกิดเหตุข้อบกพร่องหรือผิดพลาดไปแล้วในสัญญาอื่นภายใน 2 ปี นับแต่วันที่เกิดเหตุจนถึงวันยื่นข้อเสนอ คณะกรรมการพิจารณาผล สามารถไม่รับราคาของผู้เสนอราคารายต่ำสุดนั้นได้ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่ 2 มี.ค.69 เป็นต้นไป
นอกจากนี้ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐ สามารถใช้ดุลพินิจพิจารณาบอกเลิกสัญญาหรือข้อตกลงได้ หากคู่สัญญาไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข จนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินของประชาชน อันเนื่องมาจากการปฏิบัติงานหรือไม่ปฏิบัติงานของผู้รับจ้าง ในระหว่างระยะเวลาตามสัญญาจนถึงวันที่ผู้รับจ้างตรวจรับงานงวดสุดท้าย
“การกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมในเอกสารประกวดราคาสำหรับงานจ้างก่อสร้าง และการกำหนดเงื่อนไขในการพิจารณายกเลิกสัญญาของหน่วยงานของรัฐนั้น จะช่วยเพิ่มความเข้มข้นในการคัดเลือกผู้ประกอบการงานก่อสร้างของภาครัฐโดยให้โอกาสหน่วยงานของรัฐพิจารณาถึงความพร้อมของผู้ประกอบการที่เสนอราคาต่ำสุดแต่ไม่มีมาตรฐานในการปฏิบัติงาน อีกทั้งหากผู้รับจ้างไม่รักษามาตรฐานระหว่างดำเนินการตามสัญญาอาจถูกยกเลิกสัญญาได้”