วิริยะประกันภัยพร้อมโต้คลื่น บ่ยั่นความท้าทายด้านเศรษฐกิจ-ภัยพิบัติ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

วิริยะประกันภัยพร้อมโต้คลื่น บ่ยั่นความท้าทายด้านเศรษฐกิจ-ภัยพิบัติ

Date Time: 16 มี.ค. 2569 07:35 น.

Summary

วิริยะประกันภัยประกาศความแข็งแกร่งขององค์กรท่ามกลางความท้าทายรอบด้านของเศรษฐกิจและภัยพิบัติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนางานบริการและเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดยั้ง ตั้งเป้ายอดเบี้ยประกันภัยรับตรงในปี 2569 แตะระดับ 44,646 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4% จากปีก่อนหน้า

Latest

ททท.ปรับแผนรับพิษสงครามอิหร่าน เดินหน้ารุกอเมริกา-ยุโรปต่อเนื่อง-ประคองตลาดระยะไกล

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นหลักประกันความเสี่ยงให้กับสังคมไทยอย่างมั่นคง ภายใต้เจตนารมณ์ “วิริยะประกันภัย เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต มุ่งเสริมสร้างสังคมไทยสู่ความยั่งยืน” แม้ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายหลายด้าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และอุบัติภัยที่ไม่คาดคิด ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเมียนมาที่ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงหลายจังหวัดของไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยหรือทำงานในอาคารสูง ขณะเดียวกันยังเกิดเหตุอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะมหาอุทกภัยในภาคใต้ตอนล่างที่สร้างความเสียหายหนักในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค

นายอมรกล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 79 ปี วิริยะประกันภัยมีความพร้อมรับมือภัยพิบัติทุกรูปแบบ ตั้งแต่เหตุการณ์ขนาดเล็กไปจนถึงวิกฤตระดับใหญ่ โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการสินไหมทดแทนจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำ “ปฏิบัติการ First AID” มาใช้ในการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การสำรวจและประเมินความเสียหาย การประสานเครือข่ายรถยกลากเพื่อนำรถยนต์ออกจากพื้นที่น้ำท่วม การจัดซ่อมผ่านเครือข่ายศูนย์ซ่อมมาตรฐาน ตลอดจนการให้บริการผ่านสาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้การดูแล เยียวยา และชดเชยค่าสินไหมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และเป็นธรรม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังผสานความร่วมมือกับเครือข่ายวิริยะจิตอาสาทั่วประเทศ รวมถึงพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดทำถุงยังชีพและส่งมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด สะท้อนบทบาทขององค์กรที่ไม่เพียงดูแลด้านประกันภัย แต่ยังร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของสังคมในยามวิกฤต

แม้ต้องเผชิญสถานการณ์ท้าทายดังกล่าว แต่ผลประกอบการของบริษัทในปี 2568 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 42,923 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 37,654 ล้านบาท เติบโต 3.5% และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,269 ล้านบาท เติบโตถึง 17.09% พร้อมรักษาความเป็นผู้นำตลาดประกันวินาศภัยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 14.64% สะท้อนความไว้วางใจของลูกค้าและประชาชนทั่วประเทศ

ในด้านความมั่นคงทางการเงิน บริษัทฯ ยังมีสินทรัพย์รวม 68,166 ล้านบาท และมีอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 357.21% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้ สะท้อนเสถียรภาพและศักยภาพในการรองรับความเสี่ยงขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 44,646 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4% โดยแบ่งเป็นธุรกิจประกันภัยรถยนต์ 38,865 ล้านบาท เติบโต 3% และธุรกิจประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,780 ล้านบาท เติบโต 9.7% ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการในทุกมิติ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าได้ดียิ่งขึ้น

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานบริการ ทั้งระบบรับประกันภัย การเคลมสินไหม และการเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้าให้รวดเร็วและแม่นยำ พร้อมพัฒนาการให้บริการแบบ One Stop Service ผ่านศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์สายด่วน 1557 และระบบบริการออนไลน์แบบ Self Service บน LINE Official เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ