
“เอกนิติ” ย้ำไทยเผชิญความท้าทาย 3 ประเด็นสำคัญ “ขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์-การก้าวกระโดดของ AI-ภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น” แนะต้องเร่งปรับตัว 3 ด้าน “ลงทุนพลังงานสะอาด-ใช้ดิจิทัลและ AI ช่วยขับเคลื่อน-ปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว”
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญความท้าทายใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.ปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ ด้วยการนำมาตรการภาษีและพลังงานมาเป็นเครื่องมือต่อรอง, การก้าวกระโดดของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และวิกฤติสิ่งแวดล้อม หรือภาวะโลกร้อนที่รุนแรงขึ้น
“หากเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ จะเห็นการเปลี่ยนแปลงของโลกว่าวิกฤติไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก รวมถึงวิกฤติพลังงาน เราก็เคยผ่านมาแล้ว แต่จากสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นรวดเร็วและรุนแรงกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะวิกฤติพลังงานที่กลับมาอีกครั้ง ดังนั้นต้องเรียนรู้ว่าจะอยู่ได้อย่างไร”
วิกฤติที่เกิดขึ้นได้ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ประเทศไทยต้องเร่งปรับตัวใน 3 ด้านหลัก คือ 1.การเร่งลงทุนพลังงานสะอาด โดยรัฐบาลเป็นผู้ลงทุนสนับสนุนการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรงระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ หรือ Direct PPA และการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลงทุนในสายส่งไฟฟ้า ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ ที่ขณะนี้มีต่างชาติสนใจย้ายฐานการลงทุนเข้ามาในไทยและในอาเซียนมากขึ้น
2.การปรับตัวทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ให้บริษัทขนาดใหญ่ให้ความช่วยเหลือแก่ธุรกิจขนาดเล็ก ผ่านโครงการพี่ช่วยน้อง โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เหมาะสม ที่เน้นการให้สิทธิประโยชน์ที่มิใช่ภาษีอากรแก่ภาคเอกชน ในการปรับปรุงเทคโนโลยี 3.การปรับตัวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวและเศรษฐกิจสีเขียว เป็นสมาร์ทอินดัสทรี โดยรัฐบาลส่งเสริมให้มีการใช้เอทานอล ที่ผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลังในประเทศนำมาผสมในน้ำมันมากขึ้น ช่วยยกระดับสินค้าเกษตร ส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากทุ่นลอยน้ำ (Floating Solar) และสามารถรับมือกับภัยพิบัติที่รุนแรงและรวดเร็วมากขึ้น
“ปีนี้ประเทศไทยจะเผชิญกับภัยแล้งรุนแรง หลังจากปีที่ผ่านมา เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในหลายพื้นที่”