
นายสันติ ปิยะทัต รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.)เปิดเผยว่าได้เรียกประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ผ่านระบบออนไลน์ รวมทั้งกรุงเทพฯ และเมืองพัทยา เนื่องจากเห็นว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรง เกิดผลกระทบกับราคาน้ำมัน ต้นทุนสินค้าอุปโภคและบริโภคของประชาชน เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคทั่วประเทศ โดยสถานการณ์ปัจจุบันเริ่มส่งผลกระทบชัดเจน มีการรายงานการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ เช่น ในจังหวัดพังงา และพบความผันผวนของราคาทองคำในกรุงเทพฯ จึงสั่งให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ดำเนินการตรวจสอบ
ล่าสุดได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งประเทศ นำแผนงานไปปฏิบัติเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคประกอบด้วย 1.เพิ่มสายด่วน สคบ. อีก 10 คู่สาย และให้แต่ละจังหวัดเปิดคู่สายด่วน ตามความเหมาะสมของพื้นที่ 2.เพิ่มความถี่ในการลงพื้นที่ตรวจสินค้าอุปโภคบริโภค และควบคุมค่าไฟฟ้าในหอพัก/ที่พักอาศัย ไม่ให้เกิน 4.88 บาทต่อหน่วย 3.ขอความร่วมมือร้านค้าให้รับชำระทั้งเงินสด บัตรเครดิต แอปพลิเคชัน เพื่อป้องกันปัญหาหากระบบใดระบบหนึ่งขัดข้อง 4.ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มหรือผู้ขาย ได้จดทะเบียนการตลาดแบบตรงกับ สคบ. หรือไม่ เพื่อป้องกันการหลอกลวง 5.ตรวจสอบการติดฉลากราคาทองรูปพรรณให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินจริง 6.เร่งให้ความรู้ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิ คุณภาพ มาตรฐานสินค้า เพื่อให้ตัดสินใจบริโภคได้อย่างปลอดภัย