สินเชื่อโตดี "ไทยเครดิต"ชูเอสเอ็มอีไทยจิ๋วแต่แจ๋ว

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

สินเชื่อโตดี "ไทยเครดิต"ชูเอสเอ็มอีไทยจิ๋วแต่แจ๋ว

Date Time: 5 มี.ค. 2569 09:05 น.

Summary

ธนาคารไทยเครดิตฯ ปี 2568 มีกำไรสุทธิ 4,016 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8%

  • ยอดสินเชื่อรวม 181,900 ล้านบาท เติบโต 11.5% และมี NIM สูงถึง 7.7%
  • หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 4.2% ลดลงจากปีก่อน
  • ปี 2569 คาดสินเชื่อยังเติบโตต่อเนื่องจากมาตรการรัฐบาลและโครงการค้ำประกัน
  • ธนาคารตั้งเป้าดูแล NPL ให้อยู่ระหว่าง 4.2-4.5% และยกระดับ Digital Core Banking

Latest

สงครามตะวันออกกลางดันต้นทุนผลิตไฟฟ้าพุ่งแรง รัฐจ่ออุ้มงวดใหม่หมื่นล้าน

นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าท􏰀ี่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จํากัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินการของปี 2568 ที่ผ่านมา ธนาคารมีกำไรสุทธิ 4,016 ล้านบาท เติบโต 10.8% จากระยะเดียวกันปีก่อน ในขณะที่ยอดคงค้างของสินเชื่อรวมอยู่ที่ 181,900 ล้านบาท เติบโต 11.5% โดยมีส่วนต่างรายได้อัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) สูงถึง 7.7% และมีหนี้ที่ไม่ก่อให้กิดรายได้หรือเอ็นพีแอล ที่ 4.2% ของสินเชื่อรวม ลดลงจากระดับ 4.4% ในปีก่อน ซึ่งถือว่าปีที่ผ่านมาหนี้เสียอยู่ในระดับที่ดี เมื่อเทียบกับการปล่อยสินเชื่อของไทยเครดิตที่เน้นการปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีขนาดเล็ก(ไมโครเอสเอ็มอี)  และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ และไมโครไฟแนนซ์เป็นหลัก

“ในปี 2569 คาดว่า ในช่วงต่อจากนี้รัฐบาลใหม่ที่เข้ามาน่าจะมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)ได้ออกโครงการค้ำประกันความเสี่ยงให้กับเอสเอ็มอี ทั้งโครงการเอสเอ็มอี เครดิต บูต และการค้ำประกันภายใต้โครงการ Quick Big Win ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) จะช่วยให้การปล่อยสินเชื่อของไทยเครดิตยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง ในตัวเลข 2 หลัก อาจจะไม่ถึง 20% แต่มากกว่า 11% แน่นอน ขณะที่ตั้งเป้าดูแลเอ็นพีแอลให้อยู่ระหว่าง 4.2-4.5% พร้อมเดินหน้ายกระดับ Digital Core Banking เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และบริหารจัดการการเข้าถึงลูกค้าไมโครเอสเอ็มอีได้มากขึ้น ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาการใช้ Digital ช่วยให้ต้นทุนของเราลดลง และประสิทธิภาพของเราดีขึ้น”

ต่อข้อถามที่ว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลางมีผลกระทบอย่างไร นายรอยย์ กล่าวว่า ไม่กระทบธนาคารมากนักในแง่ธุรกิจ เพราะเรายังคงเน้นการให้สินเชื่อกับไมโครเอสเอ็มอี ซึ่งเท่าที่เห็นในไตรมาสแรกของปีนี้ ไมโครเอสเอ็มอีมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แม้เราเห็นเศรษฐกิจไม่ดี คนซื้อของที้ห้างน้อยลง ใช้บัตรเครดิตน้อยลง แต่ยอดซื้อของจากไมโครเอสเอ็มอียังไม่กระทบ เพราะเป็นของที่คนต้องใช้ และกลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มที่เข้าถึงสินเชื่อได้ยาก ทำให้เรามีช่องในการขยายสินเชื่อได้อีกมาก 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ