
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สงครามตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนราคาพลังงานไทย โดยเฉพาะในส่วนของค่าไฟฟ้าใน เดือนมี.ค. นี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) จะประกาศอัตราค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค. ) หลังจากงวดปัจจุบัน (ม.ค. – เม.ย.) กำหนดไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย ล่าสุดด้วยสถานการณ์ดังกล่าว จะส่งผลต่อต้นทุนค่าไฟฟ้างวดใหม่อย่างแน่นอน โดยเฉพาะผลจากราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และน้ำมันดิบ ที่เพิ่มขึ้นสูง โดยต้นทุนเชื้อเพลิงแต่ละประเภท จะเพิ่มขึ้นระดับใด ต้องรอการประชุมกกพ.พิจารณาอีกครั้ง
กกพ. มีทางเลือกในการตรึงค่าไฟฟ้างวดใหม่นี้ โดยอาจนำเงินผลประโยชน์ส่วนเกินของ 3 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ที่มีปริมาณเงินเหลือ 10,000 ล้านบาท มาช่วยเหลือประชาชน หลังจากมีการลดเงินสนับสนุน จากรัฐบาลเพื่อเป็นจูงใจในการผลิตไฟฟ้า (ค่าแอดเดอร์) จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ค่าแอดเดอร์ในต้นทุนค่าไฟฐานลดลง 20-30 สตางค์
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามต้นทุนค่าไฟฟ้า คือ ผลจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้ปริมาณแอลเอ็นจีในระบบหายไป ต้องหาแหล่งอื่นเพิ่มเติมซึ่งราคาจะสูงขึ้น, แอลเอ็นจีที่มาจากตลาดจร (สปอต แอลเอ็นจี)ที่ราคาขยับทันทีไปอยู่ระดับ 14-15 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียู จากงวดปัจจุบันซื้อที่ราคาระดับ 10 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อล้านบีทียู ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นจะถูกคำนวณ อยู่ในค่าไฟฟ้างวดใหม่,ผลจากราคาน้ำมันดิบดูไบที่สูงขึ้นมาก จะส่งผ่านไปยังค่าไฟฟ้าใน ช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า หากไม่ถูกพิจารณาในค่าไฟฟ้า งวดใหม่นี้ ก็จะถูกส่งผ่านต้นทุนในค่าไฟฟ้างวดถัดไป คือ งวดเดือนก.ย. – ธ.ค. นี้
ทั้งนี้ แม้ไทย จะมีแอลเอ็นจีสัญญาซื้อขายระยะยาว ทำให้มีราคาค่อนข้างคงที่ แต่เมื่อพิจารณารายละเอียดจะพบว่า มีความผันแปรตามราคาน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ในตลาดโลกเช่นกัน อยู่ที่สัญญาฉบับดังกล่าว ว่า แอลเอ็นจีจะผูกกับน้ำมัน ผูกกับแอลเอ็นจี หรือผูกแบบไฮบริดคือ ทั้งน้ำมันและแอลเอ็นจี นอกจากนี้ อีกปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นยังมาจากปริมาณเชื้อเพลิง ถ่านหินที่ลดลง 1,000 ล้านหน่วย ซึ่งถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงราคาถูก
ด้านนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวถึงกรณีกระทรวงพลังงานได้หารือกับผู้ค้าน้ำมันขอให้งดการจำหน่ายน้ำมันไปต่างประเทศ จากกรณีความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ไทยมีการส่งออกน้ำมันไปยังประเทศลาวว่า ตอนนี้ไทยมีการส่งมอบน้ำมันไปลาว เนื่องจากไทยมีการซื้อไฟฟ้าจากลาวด้วย แต่ยังยืนยันว่าน้ำมันสำรองในประเทศยังคงเพียงพอ
ส่วนเรื่องราคาน้ำมันในการซื้อขายจะสูงขึ้นหรือไม่นั้น ปกติการซื้อขายน้ำมัน มีการเซ็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ได้รับผลกระทบจากราคาตลาดจร (Spot Price) ในปัจจุบันที่สูงขึ้น และมองว่าตอนนี้คงไม่มีใครซื้อขายเพิ่มเติม เพราะราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูง
ส่วนกรณีไทยไม่มีการส่งออกน้ำมันไปประเทศกัมพูชานั้น ไม่ได้เกิดจากนโยบายห้ามส่งออกของไทย แต่เกิดจากการปิดจุดผ่านแดน หรือ มาตรการคุมเข้มบริเวณชายแดน ทำให้ไม่มีการซื้อขายระหว่างกัน