
SKY ICT คาดการณ์การเติบโตจากอุตสาหกรรมการบินของไทย และโอกาสการเป็นศูนย์กลางการบิน
นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า การเติบโตในช่วง 1-3 ปีข้างหน้าของสกาย ไอซีที จะขึ้นอยู่กับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบินของไทยและโอกาสในการก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน(ฮับ)จากความพร้อมของประเทศไทย รวมทั้งการขยายธุรกิจไปสู่โอกาสใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจหุ่นยนต์ (Robotics), หุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (ฮิวแมนนอยด์ - Humanoid), AI (ปัญญาประดิษฐ์) และธุรกิจดาวเทียม
“ในฐานะผู้พัฒนาเทคโนโลยีการให้บริการด้านการบิน (Aviation Technology as a Service)สกาย ไอซีทีเชื่อและพร้อมที่จะสนับสนุนให้เกิดการผลักดันให้ไทย ก้าวสู่การเป็นฮับการบินในภูมิภาคอาเซียน เทียบเคียงหรือแทนที่สิงคโปร์ ซึ่งพื้นที่เล็กกว่า แต่มีผู้โดยสารเดินทางทั้งปีมากกว่าไทย ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางผ่านเพื่อเปลี่ยนเครื่อง (Transit) โดยเมื่อปี 2568 สิงคโปร์มีจำนวนผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบินชางกี 62 ล้านคน ขณะที่ไทย เป็นประเทศท่องเที่ยว มีสนามบินนานาชาติ 6 แห่ง สนามบินในประเทศอีก 29 แห่ง รวม 35 แห่ง แต่มีผู้โดยสารเดินทางที่ 60 ล้านคน”
นายสิทธิเดช กล่าวว่า สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินให้มากขึ้น ผ่านการให้สิทธิพิเศษดึงดูดให้สายการบินเพิ่มเที่ยวบินที่มาจอดรับผู้โดยสารในประเทศไทย ให้เป็นจุดหมายในการเปลี่ยนเครื่องให้ได้ เพราะเมื่อมีเที่ยวบินมากพอ ผู้โดยสารจะไม่ต้องรอต่อเครื่องนาน หากย่นระยะเวลาที่เฉลี่ย 4-5 ชั่วโมงลงได้ เท่ากับที่สิงคโปร์ทำได้เฉลี่ย 2-3 ชั่วโมง สนามบินในไทยจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจขึ้น
นอกจากนั้นเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ยังจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ไทยมากขึ้น เพราะการบินตรงจากไทยสู่ยุโรป โดยไม่ผ่านหรือหยุดเปลี่ยนเครื่องที่ตะวันออกกลาง น่าจะมีความปลอดภัยมากกว่า ไทยจึงควรใช้โอกาสนี้ทำให้ผู้โดยสารหันมาเลือกบินจากประเทศไทย ทั้งการขยายสนามบินเพิ่มความสะดวกและการเพิ่มฝูงบินของการบินไทย ในฐานะสายการบินแห่งชาติ
นายสิทธิเดช ยังกล่าวถึงผลการดำเนินงานของสกาย กรุ๊ปในปี 2568 ว่า เป็นปีที่สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทั้งในแง่รายได้และกำไรสุทธิ (All Time High) มีรายได้รวมทั้งสิ้น 10,248 ล้านบาท โต 52% และกำไรสุทธิสะสม 773 ล้านบาท โต 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
“ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากธุรกิจการบินที่เป็นรายได้หลัก เติบโตแข็งแกร่งตามทิศทางของการท่องเที่ยว โดยเฉพาะไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว ผู้โดยสารเดินทางเข้า-ออกเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% เมื่อเทียบกับปี 2567 ทำให้รายได้ของสกาย ตั้งแต่ระบบพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล (Biometric) ระบบเช็กอินและออกบัตรโดยสาร (CUPPS) และโครงการให้บริการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ในสนามบิน 13 แห่งทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และต่อเนื่องมายังไตรมาสแรกของปี 2569 ซึ่งตรุษจีนที่ผ่านมามีผู้โดยสารจากจีนเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 30% ”
นอกจากนั้น ธุรกิจของบริษัทลูกยังเติบโตได้ดี ได้แก่ บริษัท เมทเธียร์ จำกัด (Metthier) ผู้เชี่ยวชาญงานบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Facility Management), บริษัท โปร อินไซด์ จำกัด (มหาชน) (PIS) ผู้ให้บริการด้านการจำหน่ายและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแบบครบวงจร (ICT-SI) รวมถึงลงทุนในบริษัท สกาย ซีซี จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจคอนแท็ก เซ็นเตอร์ (Contact Center) ที่นำ AI เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน