
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์มะพร้าวน้ำหอมตกต่ำอย่างใกล้ชิด และได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือเกษตรกรและผู้ประกอบการอย่างเร่งด่วน ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ-ปลายน้ำ เพื่อพยุงราคามะพร้าวน้ำหอมให้ดีขึ้น ตั้งแต่ช่วง ก.ค. 2568 ที่ผ่านมาแล้ว
ด้านนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกันระหว่างหน่วยงานในกระทรวง และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอมตกต่ำ โดยมีการตรวจสอบกิจการล้งมะพร้าวที่อาจเข้าข่ายนอมินีและฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ จ.ราชบุรี 2 ครั้ง ได้ตรวจสอบล้งมะพร้าว 3 แห่ง และบริษัทที่อาจมีลักษณะเข้าข่ายนอมินี 4 แห่ง รวมทั้งตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงที่มีชาวต่างชาติร่วมถือหุ้น ไม่ถึง 50% จำนวน 217 บริษัท ของ จ.ราชบุรี และตรวจสอบการถือครองที่ดิน ตั้งแต่ 5 ไร่ขึ้นไปใน จ.ราชบุรีและสมุทรสาคร
ทั้งนี้ พบว่ามีบริษัทที่มีคนต่างด้าวร่วมถือหุ้น 3 ราย ถือครองที่ดินจำนวน 3 แปลง ขณะนี้ อยู่ระหว่างตรวจสอบเชิงลึกและดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป และมีกำหนดลงพื้นที่ จ.ราชบุรี เพื่อตรวจสอบกลุ่มทุนต่างชาติที่ทำการเกษตรผลิตมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฯ โดยจะดำเนินการอย่างเข้มข้นและเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อเกษตรกร และคุ้มครองระบบเศรษฐกิจในพื้นที่
ส่วนมาตรการตลาดในประเทศ ได้ดูดซับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง รวม 830,000 ลูก ทั้งการเปิดจุดรับซื้อราคานำตลาด ใน อ.บางแพ จ.ราชบุรี และเปิดจุดจำหน่าย ร่วมกับภาคเอกชนรายใหญ่ ส่วนช่วงราคาตกต่ำรอบที่ 2 ดูดซับผลผลิตรวม 460,000 ลูก ผ่านการเชื่อมโยงกลไกพาณิชย์จังหวัดต้นทาง-ปลายทาง สั่งซื้อผ่านแอปพลิเคชัน MOC GO การเชื่อมโยงมะพร้าวจากเกษตรกรเข้าปั๊มน้ำมัน และช่วงราคาตกต่ำรอบที่ 3 ตั้งเป้าบริหารจัดการ 1 ล้านลูก ผ่านการเปิดจุดรับซื้อจากเกษตรกรในราคานำตลาดในแหล่งผลิตสำคัญ 4 จังหวัด ได้แก่ ราชบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม และสงขลา
ด้านตลาดส่งออก กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จะผลักดันการส่งออกสินค้ามะพร้าวน้ำหอมไทยไปยังตลาดอื่น ๆ นอกเหนือจากจีน ซึ่งเป็นตลาดหลัก อาทิ ตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐฯ โดยมีแผนงานส่งเสริมสินค้ามะพร้าวน้ำหอมในกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปี ซึ่งเร็ว ๆ นี้ จะมีกิจกรรมจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้สด แปรรูป และผลิตภัณฑ์เกษตรอื่น ๆ โดยได้เชิญผู้นำเข้าจากทั่วโลกเข้าร่วมเจรจาการค้าทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ เบื้องต้นมีผู้ส่งออกเข้าร่วม 101 บริษัท โดยเป็นผู้ส่งออกมะพร้าวถึง 38 บริษัท
ด้านการนำเข้า มีการกำกับดูแลควบคุมการนำเข้ามะพร้าว (ทั้งมะพร้าวผลแก่และมะพร้าวอ่อน) เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรในประเทศ โดยกำหนดมาตรการบริหารการนำเข้าตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืช ได้แก่ มาตรการนำเข้าตามความตกลงภายใต้ WTO และมาตรการนำเข้าตามความตกลง AFTA และยังมีมาตรการกำหนดด่านนำเข้า โดยการนำเข้ามะพร้าวทุกกรอบความตกลง สามารถนำเข้าได้เพียง 2 ด่าน คือ ด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ และด่านสำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้ามะพร้าวผิดกฎหมาย
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อยกระดับมะพร้าวน้ำหอมที่เป็นสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนสู่สินค้าเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง ผ่านการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงได้ผลักดันและสนับสนุนเกษตรกร รวมถึงผู้ประกอบการสินค้า GI ขยายช่องทางการตลาด เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดที่หลากหลายอย่างเป็นรูปธรรม ปัจจุบันมีมะพร้าวน้ำหอมขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI แล้ว รวม 4 สินค้า ได้แก่ (1) มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี (2) มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว (3) มะพร้าวน้ำหอมบางคล้า และ (4) มะพร้าวน้ำหอมสามพราน และล่าสุด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 “มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี” ได้รับการขึ้นทะเบียน GI ในสหภาพยุโรปแล้ว ซึ่งจะช่วยขยายตลาดส่งออกและยกระดับคุณภาพมะพร้าวน้ำหอมไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ และสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ได้ในระยะยาว
โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงพาณิชย์ ยังได้เตรียมมาตรการดูแลสินค้ามะพร้าวน้ำหอมอีกหลายมาตรการ โดยมีแผนงานส่งเสริมสินค้ามะพร้าวน้ำหอมในกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดปี เพื่อให้ผลผลิตมะพร้าวน้ำหอมส่วนเกินมีตลาดรองรับอย่างชัดเจน ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังด้านราคาของมะพร้าวน้ำหอม รวมถึงสินค้าเกษตรอื่น ๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป