
น.ส.ปณิตา ชินวัตร รักษาการแทนผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวในการเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ SME ตามแนวทางธุรกิจสีเขียว (Green Business) ว่า ภาพรวมของ SME ไทยในขณะนี้ยังคงเติบโตได้ โดยสสว. คาดว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเอสเอ็มอีของประเทศ (SME GDP) ปี 2568 ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 34.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัวได้ 2.5%
ทั้งนี้ หนึ่งในแนวทางที่จะช่วย SME เติบโตในระยะต่อไป คือ การช่วยให้ปรับตัวเข้าสู่แนวทางธุรกิจสีเขียว เพราะมี SME ตามแนวคิดนี้มากกว่า 1.15 ล้านราย สสว.จึงเข้ามาช่วยผ่านโครงการนี้ และทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดยในปี 2566 และ ปี 2567 มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ มีผู้เข้าร่วม 1,577 ราย ส่วนปี 2568 ได้ต่อยอดการอบรมพัฒนาเชิงลึก 512 ราย และในปีนี้ ซึ่งเป็นปีของจริง เพราะสหภาพยุโรปได้เริ่มเก็บภาษีภายใต้มาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) จึงจัดให้เข้มข้นทั้งอบรมเชิงสัมมนา และทำเวิร์กชอป มีผู้เข้าร่วม 225 ราย และตั้งเป้าหมายให้อย่างน้อย 40 ราย ได้รับประกาศนียบัตรระดับสากล ซึ่งจะช่วยให้สินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล
น.ส.ปณิตา กล่าวต่อว่า สำหรับปี 2569 สสว.ประเมินว่า มีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 2.0 - 2.8% และเป้าหมายสำคัญของ สสว.ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้ คือ การเพิ่มสัดส่วนจีดีพีของ SME ในจีดีพีของไทยให้เข้าสู่ 40% โดยการยกระดับ และขยายขนาดของ SME เพิ่มศักยภาพของ SME ขนาดจิ๋วของไทย ให้ขยับขึ้นมาเป็นระดับเล็ก
“การเข้าสู่ธุรกิจสีเขียว จะทำให้ SME สามารถขอสินเชื่อสีเขียวเพื่อใช้ในการปรับตัวและมีเงินหมุนเวียนไปพร้อมกัน ขณะที่ สสว.จะช่วยหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ การสร้างแพลตฟอร์มค้าขายออนไลน์ที่เป็นของคนไทยให้กับ SME สสว.ยังมองว่า อาชีพอินฟลูเอนเซอร์ ซึ่งเด็กรุ่นใหม่นิยมเป็น SME ประเภทหนึ่งที่จะสนับสนุน “อินฟลูฯ” คนไทยในฐานะ SME ยุคใหม่ ที่จะสร้างชื่อให้กับตัวเอง โดยช่วยขายสินค้าให้กับเอสเอ็มอรายเดิม ”