
ปตท. ยกระดับธุรกิจแอลเอ็นจี นั้นจะเพิ่มปริมาณการค้าขายจาก 2 ล้านตันต่อปี เป็น 10 ล้านตันในปี 2573 และขยายต่อเนื่องเป็น 15 ล้านตันในปี 2578 เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ค้าแอลเอ็นจีที่สำคัญในตลาดโลก
นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้ถือว่าสถานการณ์ราคาพลังงานมีความผันผวน มีความไม่แน่นอนด้านนโยบายพลังงานของประเทศมหาอำนาจ ตลอดจนแรงกดดันด้านสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้ปตท.ต้องวางแผนให้รอบคอบ ด้วยการสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ อย่างเป็นรูปธรรม โดยวาง 2 เครื่องยนต์หลัก ได้แก่ การยกระดับธุรกิจก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) สู่การเป็นผู้เล่นระดับโลก และการผลักดันเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
สำหรับการยกระดับธุรกิจแอลเอ็นจี นั้นจะเพิ่มปริมาณการค้าขายจาก 2 ล้านตันต่อปี เป็น 10 ล้านตันในปี 2573 และขยายต่อเนื่องเป็น 15 ล้านตันในปี 2578 เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้ค้าแอลเอ็นจีที่สำคัญในตลาดโลก โดยใช้จุดแข็งของปตท.ที่มีอยู่ คือโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งระบบท่อส่งก๊าซ คลังรับ-จ่าย และประสบการณ์บริหารจัดการพลังงานมาต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดโลก ส่วนแหล่งผลิตนั้น จะพิจารณาการลงทุนทั่วโลก เช่น สหรัฐฯ และตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดที่มีความต้องการใช้ก๊าซแอลเอ็นจีสูง ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ส่วนการผลักดัน CCS นั้น ขณะนี้ได้ทดลองที่แหล่งก๊าซธรรมชาติอาทิตย์ในอ่าวไทย โดยตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอนได้ 1 ล้านตันต่อปี และมีแผนขยายสู่พื้นที่อื่นในอ่าวไทย ซึ่งมีศักยภาพรวม 5-10 ล้านตันต่อปีในอนาคต