“ศุภจี”ตั้งเป้าปิดดีลภาษีทรัมป์ ก.ค.นี้ ย้ำแม้ “อินโด-มาเลย์” คุยจบแล้วแต่ไทยยังแข่งได้ในอัตรา 19%

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

“ศุภจี”ตั้งเป้าปิดดีลภาษีทรัมป์ ก.ค.นี้ ย้ำแม้ “อินโด-มาเลย์” คุยจบแล้วแต่ไทยยังแข่งได้ในอัตรา 19%

Date Time: 20 ก.พ. 2569 07:00 น.

Summary

“ศุภจี” เผย ไทยยังเดินหน้าเจรจาความตกลงภาษีตอบโต้สหรัฐฯต่อเนื่อง ตั้งเป้าหมายใหม่ปิดเจรจาภายใน ก.ค.นี้ ย้ำลั่นแม้อินโด-มาเลย์ ปิดดีลแล้ว แต่ไทยยังแข่งได้ภายใต้ภาษีตอบโต้ 19%

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเจรจาจัดทำความตกลงว่าด้วยภาษีตอบไทย-สหรัฐฯ (ART Text) ว่า ขณะนี้ ไทยยังคงเจรจากับสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาข้อสรุปในแต่ละประเด็นร่วมกัน ซึ่งมีหลายประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังมีความต้องการ หรือความคาดหวังที่ต่างกัน และบางประเด็นจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบในระดับนโยบาย หรือจากรัฐบาล สำหรับระยะเวลาที่จะเจรจาให้เสร็จสิ้นนั้น สัมพันธ์กับสถานะการจัดตั้งรัฐบาลของไทย แต่ทั้ง 2 ฝ่ายคาดหวังให้การเจรจาหาข้อสรุปร่วมกันได้โดยเร็ว

“ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.พ.69 ไทยและสหรัฐฯได้หารือกันในระดับอธิบดี โดยสหรัฐฯแสดงความยินดีที่ประเทศไทยจัดการเลือกตั้งได้เป็นที่เรียบร้อย และคาดว่า การจัดตั้งรัฐบาลใหม่น่าจะเสร็จสิ้นตามกำหนด โดยกระทรวงพาณิชย์ ได้วางแผนเร่งผลักดันให้สามารถสรุปผลเจรจาที่ทั้ง 2 ฝ่ายได้รับประโยชน์ภายในเดือนก.ค.นี้”

นอกจากนี้ ฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ขัดข้อง หากฝ่ายไทยจะยื่นข้อเสนอรายการสินค้า ที่จะขอยกเว้นภาษีตอบโต้ ภายใต้ภาคผนวก 3 (Annex 3) ของคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) เลขที่ 14346 ที่ออกเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 68 รวมทั้งสหรัฐฯไม่ขัดข้อง หากไทยยื่นข้อเสนออื่นไปให้พิจารณา ก่อนที่จะสรุปผลการเจรจา แต่จะได้ตามที่ไทยเสนอหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การเสนอรายการสินค้าสำหรับการยกเว้นภาษีตอบโต้นั้น ไทย หรือประเทศอื่นๆ จะยังไม่ได้รับประโยชน์จากสหรัฐฯทันที เพราะสหรัฐฯกำหนดเงื่อนไขแตกต่างกันไป แล้วแต่การเจรจา เช่น กรณีของมาเลเซีย ที่เจรจาเสร็จแล้ว แต่จะได้รับสิทธิไม่เสียภาษีตอบโต้ หลังจาก 60 วันของการดำเนินการให้ ART Text มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายของมาเลเซีย และมีหนังสือแจ้งสหรัฐฯ ดังนั้น ขณะนี้ จึงเท่ากับว่า สินค้าส่งออกของมาเลเซียไปสหรัฐฯภายใต้ Annex 3 ยังต้องเสียภาษีตอบโต้ตามปกติ

นางศุภจี กล่าวต่อถึงกรณีอินโดนีเซียและสหรัฐฯเจรจา ART Text เสร็จสิ้น และเตรียมลงนามร่วมกัน ก่อนการมีผลบังคับใช้ จะทำให้ไทยเสียเปรียบหรือไม่ว่า หากพิจารณาจากสถานะด้านภาษีตอบโต้ ที่สหรัฐฯเก็บจากไทย 19% ถือว่า ประเทศไทยยังอยู่ในสถานะเท่าเทียมกับประเทศอื่นในอาเซียน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสินค้าใน Annex 3 ประกอบด้วย 1.สินค้าเกษตร 14 หมวดหมู่ ครอบคลุมสินค้าบางรายการในหมวดสัตว์มีชีวิต เนื้อสัตว์ ปลาและสัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้ำ ไม้ดอกไม้ประดับ ผัก ผลไม้ กาแฟ ชา และเครื่องเทศ ธัญพืช ผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ฯลฯ 2.สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร 7 หมวดหมู่ ครอบคลุมสินค้าบางรายการในหมวดไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ของปรุงแต่งจากเนื้อสัตว์ ปลา และสัตว์น้ำ ของปรุงแต่งจากธัญพืช ของปรุงแต่งจากผัก และผลไม้ อาหารสัตว์ ฯลฯ

3.สินค้าอุตสาหกรรม เป็นสินค้าใช้ในอุตสาหกรรมเภสัชกรรม และอากาศยานเชิงพาณิชย์ ครอบคลุมสินค้าบางรายการในหมวดเคมีภัณฑ์ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก ของทำด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า อะลูมิเนียมและของทำด้วยอะลูมิเนียม เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ ยานพาหนะและส่วนประกอบ เฟอร์นิเจอร์ เหล็กและเหล็กกล้า ไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ โดยมีสินค้าที่ไทยได้รับประโยชน์หากได้รับการยกเว้นภาษี ทั้งหมวดสินค้าเกษตร สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร และสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเฟอร์นิเจอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในปี 2568–2569 การเจรจาเรื่อง “ภาษีตอบโต้” ระหว่าง ไทยกับสหรัฐฯในยุคประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากนโยบายภาษีที่ประกาศโดยฝ่ายสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเป็นประเด็นสำคัญของนโยบายการค้าของไทย เนื่องจากสหรัฐฯเป็นตลาดส่งออกหลักอันดับหนึ่งของไทยและมาตรการภาษีที่สูงอาจส่งผลเสียต่อการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยยังคงเผชิญแรงกดดันจากทั้งภาคธุรกิจและสมาคมการค้าในการแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วน โดยภาคเอกชนเชื่อว่าความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีจากสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจและอาจทำให้การส่งออกของไทยลดลงหากไม่มีการอำนวยความสะดวกทางการค้าเพิ่มเติม ในขณะที่ไทยต้องพิจารณารักษาดุลยพินิจทั้งด้านการคุ้มครองผู้ประกอบการในประเทศและการตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เพื่อให้เศรษฐกิจทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์มากที่สุด


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ