
วันก่อน “ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์” อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) และอดีตเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ให้ความเห็นด้านเศรษฐกิจ และการเมืองไว้อย่างน่าสนใจ
ในระหว่างกล่าวปาฐกถาพิเศษ “ก้าวข้ามโลกาภิวัตน์ : ทบทวนการค้า การเงิน และการพัฒนา” ภายในงานเปิดตัว “รายงานการค้าและการพัฒนาประจำปี 69” ของ UNCTAD โดยสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD)
“ดร.ศุภชัย” ชี้ให้เห็นว่า เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ การปรับห่วงโซ่อุปทาน และระเบียบการค้าโลกใหม่ ทำให้ “การทูตเศรษฐกิจ” ไม่สามารถใช้ “การทูต-การเมือง” แบบเดิมได้อีกแล้ว ต้องพิจารณา “Geo-Strategic Economic Issues” (ประเด็นเศรษฐกิจเชิงภูมิรัฐศาสตร์ หรือปัญหาเศรษฐกิจที่ผูกโยงกับการเมืองระหว่างประเทศ) อย่างรอบด้าน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับ Digitalization ใช้เทคโนโลยีในการทำธุรกิจ และการค้า ยกระดับความสามารถการแข่งขัน
สำหรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลก “ดร.ศุภชัย” เตือนว่า เศรษฐกิจโลกยังคงเผชิญความผันผวนจากกระแสเงินทุน การขยายตัวของตลาดทุน และการลงทุนด้านเทคโนโลยีและ AI ที่พึ่งพาการกู้ยืมจำนวนมาก จึงอาจนำไปสู่ภาวะ “ฟองสบู่” ได้ หากขาดการบริหารจัดการเชิงนโยบายที่เหมาะสม
ท่ามกลางความท้าทายนี้ ไทยต้องสร้างเสถียรภาพภายในให้เข้มแข็ง ควบคู่กับเพิ่มพื้นที่ทางการคลัง ลดภาระหนี้ครัวเรือน และลงทุนด้านสังคม เช่น การศึกษา รวมถึงผลักดันนโยบายอุตสาหกรรมใหม่ที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีการเกษตรแห่งอนาคต และกระจายตลาดและผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย ไม่พึ่งพาตลาดหรือสินค้าใดมากเกินไป เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนภายนอก
พร้อมย้ำว่า “โลกไม่กลับสู่รูปแบบเดิมของโลกาภิวัตน์ ระบบการค้าโลกต้องได้รับการประคับประคองผ่านความร่วมมือพหุภาคีที่เข้มแข็ง และควรมุ่งสู่ Development-Oriented Globalization โลกาภิวัตน์ที่เน้นพัฒนายั่งยืน เปิดโอกาสให้ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลกอย่างเข้มแข็งในระยะยาว”
ขณะที่ “นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” รมว.ต่างประเทศ กล่าวในงานเดียวกันว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคที่การเติบโตทางเศรษฐกิจไม่ได้ถูกกำหนดโดยกลไกตลาดเท่านั้น แต่ยังได้รับอิทธิพลจากภูมิรัฐศาสตร์ และระบบการเงินระหว่างประเทศมากขึ้น ทำให้ประเทศกำลังพัฒนาได้รับผลกระทบมาก
“ไทยต้องปรับตัวทั้งด้านนโยบายเศรษฐกิจและนโยบายต่างประเทศ ที่ต้องเกื้อกูลกัน นโยบาย “การทูตเศรษฐกิจ” ของไทย ไม่ได้มุ่งเพียงเปิดตลาด แต่ยังสร้างความเชื่อมั่น สร้างความยืดหยุ่น และโอกาสทางเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์ประชาชนและความสามารถการแข่งขันของประเทศ”
ความท้าทายระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และการค้าระหว่างประเทศของไทยเช่นนี้ กำลังรอพิสูจน์ “ฝีมือ” แก้ปัญหาของรัฐบาลใหม่ ภายใต้แกนนำจาก “พรรคภูมิใจไทย” และเหล่า “รัฐมนตรีมืออาชีพ”.
ฟันนี่เอส
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม