
น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ ขอแก้ไขสัญญาการให้เอกชนร่วมลงทุนในการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 สายบางปะอิน–นครราชสีมา (M6) ซึ่งเป็นโครงการทางหลวงพิเศษระยะทาง196 กิโลเมตร โดยภาครัฐรับผิดชอบงานโยธา และภาคเอกชนร่วมลงทุนในงานระบบและการดำเนินงาน–บำรุงรักษา ภายใต้รูปแบบ PPP Gross Cost มีระยะเวลาร่วมลงทุนไม่เกิน 30 ปีนับแต่วันเปิดให้บริการ
อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างงานโยธาของกรมทางหลวงในบางตอนประสบอุปสรรค จำเป็นต้องปรับแบบก่อสร้างและขยายระยะเวลาดำเนินงาน ส่งผลให้การส่งมอบพื้นที่ก่อสร้างแก่เอกชนล่าช้ากว่าแผนเดิมประมาณ 25 เดือน และกระทบต่อกำหนดวันเปิดให้บริการ ซึ่งตามเงื่อนไขสัญญาเดิม กรมทางหลวงสามารถจ่ายค่าตอบแทนการลงทุนงานระบบให้เอกชนได้ภายหลังวันเปิดให้บริการเท่านั้น เมื่อเกิดความล่าช้า เอกชนจึงยังไม่สามารถรับชำระค่าตอบแทน และอาจกระทบต่อการชำระหนี้แก่สถาบันการเงินผู้ให้สินเชื่อ
กระทรวงคมนาคมจึงเสนอแก้ไขสัญญา โดยเพิ่มเงื่อนไขให้กรมทางหลวงสามารถจ่ายค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นที่เกี่ยวข้องบางส่วน ก่อนวันเปิดให้บริการได้ เฉพาะงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินวงเงินตามข้อเสนอเดิมของเอกชน และไม่กระทบยอดรวมค่าตอบแทนทั้งโครงการ ซึ่งจากการตรวจสอบงานที่แล้วเสร็จ ณ วันที่ 10 ม.ค. 2568 คำนวณเป็นวงเงิน 128.55 ล้านบาท
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การแก้ไขสัญญาครั้งนี้ไม่ถือเป็นการจ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติม แต่เป็นการปรับจังหวะเวลาการจ่ายค่าตอบแทนบางส่วน เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินของโครงการ โดยเอกชนคู่สัญญายินยอมไม่เรียกร้องค่าเสียหายเพิ่มเติม และระยะเวลาการดำเนินงานและบำรุงรักษา 30 ปีจะยังคงเดิม