
ฮอนด้าตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 76,000 คัน ท่ามกลางตลาดรวม 630,000 คัน
นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 โดยตั้งเป้ายอดจำหน่ายรถยนต์รวม 76,000 คัน ท่ามกลางภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศที่คาดว่าจะมีปริมาณ 630,000 คัน พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์สำคัญเพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของแบรนด์ ทั้งการปรับภาพลักษณ์องค์กร การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้าสู่ตลาดไทย ควบคู่กับการดูแลลูกค้าในทุกจุดสัมผัสผ่านบริการหลังการขายที่ครบวงจร
สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2568 ที่ผ่านมา แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจำหน่ายสะสมรวม 74,044 คัน ครองอันดับ 2 ในตลาดรถยนต์นั่ง และมีส่วนแบ่งการตลาด 18% ขณะที่กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) มียอดจำหน่ายรวม 55,495 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดราว 20%
ในปี 2569 ฮอนด้าจะขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก เริ่มจากการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ด้วยการนำโลโก้ “H mark” ดีไซน์ใหม่มาใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสะท้อนความทันสมัยและพลังของแบรนด์ในยุคใหม่ โดยจะทยอยปรับใช้ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) รุ่นหลัก
กลยุทธ์ที่สองคือการเสริมทัพผลิตภัณฑ์ในหลากหลายเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้ง e:HEV และ EV โดยในปีนี้เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่อย่างน้อย 4 รุ่น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างความตื่นเต้นด้วยการนำเสนอรุ่นที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA ซึ่งเป็นรุ่นที่ได้รับการรอคอยจากลูกค้าชาวไทย
ขณะเดียวกัน ฮอนด้าประกาศตรึงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นจนถึงวันที่ 6 เม.ย. 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค
และ กลยุทธ์ที่สามคือการขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะ ฮอนด้าเตรียมนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ผ่านผลิตภัณฑ์ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เร้าใจและมั่นใจยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแผนนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิต การบริหารจัดการ และการขาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า