เซอร์ไพรส์! จีดีพีปี 68 โตเกินคาด “เอกนิติ”ดันปีนี้ 3%พลัส ให้สมกับที่คนไทยเชื่อมั่น

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เซอร์ไพรส์! จีดีพีปี 68 โตเกินคาด “เอกนิติ”ดันปีนี้ 3%พลัส ให้สมกับที่คนไทยเชื่อมั่น

Date Time: 17 ก.พ. 2569 06:00 น.

Summary

“เอกนิติ” ขอบคุณคนไทยเชื่อมั่นรัฐบาล นโยบาย Quick Big Win งัดเศรษฐกิจพ้นหล่ม ดันจีดีพีปี 68 โต 2.4% ส่วนปี 69 อยากเห็น 3%พลัส สมกับที่ประชาชน-เอกชนเชื่อมั่น

Latest

ลุยจับผิดนอมินี 1.1 แสนบริษัท

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) หรือเศรษฐกิจไทยปี 68 เติบโต 2.4% ว่า ขอบคุณคนไทยที่เชื่อมั่นการทำงานรัฐบาลช่วง 73 วันที่ผ่านมา ภายใต้นโยบาย Quick Big Win หรือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว ทั้งคนละครึ่ง พลัส, เติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ, เที่ยวดีมีคืน, ปลดล็อกให้มีการลงทุนจริง, เร่งรัดการเบิกจ่ายของรัฐและรัฐวิสาหกิจ เป็นต้น จนส่งผลให้จีดีพีไตรมาส 4 ปี 68 เติบโตถึง 2.5% เกินเป้าหมาย และมูลค่าจีดีพีใกล้แตะ 19 ล้านล้านบาท สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึงกว่า 300,000 ล้านบาท อีกทั้งการบริหารการเงินการคลังยังยึดมั่นวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด ทำให้สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ คงความน่าเชื่อถือของประเทศไว้ และเชื่อมั่นว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ดีขึ้น

“รัฐบาลช่วยงัดเศรษฐกิจไทยออกจากหล่ม นำไทยออกจากห้องไอซียู และจะทำให้กลับมาแข็งแรง เครื่องยนต์เศรษฐกิจทุกตัวกลับมาวิ่งได้ ปี 69 กระทรวงการคลัง คาดจีดีพีจะโต 2% แต่ผมอยากเห็นโตเกิน 3% หรือ 3%พลัส ภายใต้จัดตั้งรัฐบาลเร็ว มีความต่อเนื่องในการบริหารงาน ซึ่งผมพร้อมเสนอแก้กฎหมายปลดล็อกการลงทุน ยกระดับเศรษฐกิจไทย ผมมุ่งมั่นทำให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตเต็มศักยภาพและแข็งแกร่ง แต่ต้องคุมความผันผวนของเศรษฐกิจโลกให้ได้ ถือเป็นโจทย์ยากมาก แต่จะทำเต็มที่ สมกับที่ประชาชน และเอกชนเชื่อมั่นรัฐบาล”

ด้านนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสศช. แถลงภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 68 ว่า ขยายตัวถึง 2.5% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เดิมถึง 1% ส่งผลให้ทั้งปี 68 ขยายตัวได้ 2.4% สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 2% เติบโตเหนือความคาดหมาย เป็นผลจากแรงส่งสำคัญใน 3 ภาคส่วนหลัก ได้แก่ 1.การลงทุนภาครัฐ ที่กลับมาขยายตัวร้อนแรงถึง 13.3% ในไตรมาสสุดท้าย โดยเฉพาะการก่อสร้างภาครัฐที่พุ่งสูง 15.6% 2.การส่งออกสินค้า ขยายตัว 9.4% และ3.การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.3% ได้รับแรงหนุนจากการเร่งซื้อรถยนต์ ก่อนมาตรการ EV 3.0 จะสิ้นสุด

“ไตรมาส 4 ดีเกินคาด ถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ เพราะประมาณการภายในไว้ 1% แต่ข้อมูลจริง มีการพุ่งขึ้นมาของเครื่องชี้วัดหลาย ๆ ตัว เรียกว่า เป็นการประมาณการผิดพลาดที่น่าดีใจ มันเป็น Happy Problem จริงๆ ทุกสำนักเศรษฐกิจมองว่าไตรมาส 4 ไม่ดีหมดเลย และฐานของไตรมาส 4 ปี 67 ก็สูงถึง 3.7% ถือเป็นเครดิตของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่ช่วยกันขับเคลื่อนให้ขยายตัวมากกว่าที่คาดไว้”

สำหรับปี 69 คาดการณ์ขยายตัว 1.5%-2.5% ค่ากลาง 2.0% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ที่คาดจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 1.65 ล้านล้านบาท และการส่งออกที่คาดขยายตัว 2% แต่ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจปีนี้คือ บรรยากาศการเมืองหลังการเลือกตั้ง หากจัดตั้งรัฐบาลใหม่เสร็จช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.69 จะผลดีต่อเศรษฐกิจ เพราะการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 70 จะเดินหน้าได้ทันตามกรอบเวลา ช่วยรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน และทำให้เงินงบประมาณลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ จับตาความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและการกีดกันทางการค้าจากสหรัฐฯ ที่อาจกระทบภาคส่งออก

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การที่จีดีพี ไตรมาสที่ 4 ปี 68 ขยายตัวได้ 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 67 และทั้งปี 68 เติบโต 2.4% สูงกว่ากรอบคาดการณ์เดิมที่ 2.0–2.2% สะท้อนผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่วนปี 69 ที่เพิ่มประมาณการมาอยู่ที่ 2% แม้ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์การค้า ค่าเงินบาท แต่หากรัฐบาลรักษาแรงส่งจากการบริโภค การลงทุน และการบริหารงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อว่า มีศักยภาพขยายตัวได้ต่อเนื่องแน่นอน

"แต่ภาคเอกชนเห็นความสำคัญของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ควรดำเนินการต่อ เช่น การรักษาเสถียรภาพทางการคลังและวินัยการเงินการคลังควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง การยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของ SME และภาคการส่งออก และเสริมสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศผ่านความชัดเจนเชิงนโยบายที่จะออกมาเมื่อจัดตั้งรัฐบาลเรียบร้อย"


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ