เอสเอ็มอีน่าห่วง! ดัชนีธุรกิจวูบหนัก เอกชนชงรัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เอสเอ็มอีน่าห่วง! ดัชนีธุรกิจวูบหนัก เอกชนชงรัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

Date Time: 13 ก.พ. 2569 07:00 น.

Summary

ธุรกิจเอสเอ็มอีน่าห่วง ดัชนีธุรกิจร่วงต่ำกว่า 50 ขณะที่ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ม.ค. 69 ดีขึ้น จากเลือกตั้ง-กัมพูชาหยุดสู้รบ ภาคเอกชนหลายส่วนชงแนวทางให้รัฐบาลใหม่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

Latest

ลุยทำ “หมูหัน” รับ “ตรุษจีน” ดึงผลผลิตส่วนเกินจากตลาด 5 หมื่นตัวต่อเดือน

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจผู้ประกอบการทั่วประเทศพบว่า ดัชนีสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอีไตรมาส 4 ปี 2568 อยู่ที่ระดับ 47.8 ต่ำกว่าระดับปกติที่ 50 สะท้อนให้เห็นถึงภาวะธุรกิจที่ยังชะลอตัว โดยรายได้ ยอดขาย และยอดคำสั่งซื้อลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพิ่มสูงขึ้น สำหรับแนวโน้มในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่คาดว่ารายได้และยอดขายจะทรงตัว แต่ต้นทุนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเอสเอ็มอีอยู่ที่ระดับ 47.7 ซึ่งยังต่ำกว่าระดับปกติเช่นกัน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เอสเอ็มอียังเปราะบาง คือ ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยเฉพาะธุรกิจขนาดเล็กและไมโครเอสเอ็มอีที่มีภาระหนี้สินค้างชำระหรือมีหนี้เสียในระดับสูง ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยังอยู่ในระดับสูงและขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน ส่งผลให้สถาบันการเงินมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ ผู้ประกอบการจึงเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนปรนเงื่อนไขการอนุมัติสินเชื่อ พักชำระหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ ลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับธุรกิจเริ่มต้น รวมถึงลดต้นทุนด้านค่าสาธารณูปโภค และช่วยส่งเสริมการตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมกราคม 2569 ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 52.8 เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาคลี่คลาย รวมถึงบรรยากาศการหาเสียงเลือกตั้งที่คึกคัก ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ และประชาชนมีความคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม โดยดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ 46.4 โอกาสในการหางานอยู่ที่ 50.5 และความเชื่อมั่นต่อรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 61.6 ทั้งนี้ หอการค้าไทยคาดว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2569 จะขยายตัวราว 0.8-1.2% และยังคงประมาณการการเติบโตทั้งปีไว้ที่ 1.6% แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์สงครามการค้าและนโยบายของรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด

ขณะเดียวกัน ภาคค้าปลีกได้เสนอแนวทางฟื้นเศรษฐกิจผ่าน “แพ็กเกจ 6 นโยบาย” ต่อรัฐบาลใหม่ ภายใต้แนวคิด “ช้อปคุ้ม เที่ยวปัง ลงทุนท้องถิ่น เอสเอ็มอีแข็งแรง แรงงานมีทักษะ และแข่งขันเท่าเทียม” โดยนายณัฐ วงศ์พานิช ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ระบุว่า ภาคธุรกิจต้องการให้มีการปรับรูปแบบโครงการคนละครึ่งให้ครอบคลุมร้านค้าทุกขนาด ลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายเหลือ 0-1% และเปิดรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในร้านค้าปลีกทั่วประเทศ รวมถึงเสนอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นักท่องเที่ยวทันทีที่จุดขาย และขยายมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไปยังสินค้าชุมชนและเอสเอ็มอี

นอกจากนี้ ยังเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อจูงใจการลงทุนในเมืองรอง การปรับโครงสร้างค่าไฟเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ ส่งเสริมสินค้า Made in Thailand สนับสนุนการใช้เทคโนโลยี AI เพิ่มประสิทธิภาพแรงงาน และกำหนดมาตรฐานวิชาชีพเพื่อยกระดับค่าจ้าง รวมถึงควบคุมสินค้านำเข้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซให้เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการไทย โดยประเมินว่าหากรัฐบาลดำเนินมาตรการตามข้อเสนอ จะช่วยเพิ่มจีดีพีปี 2569 ได้อีก 0.5-1% สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 2 แสนล้านบาท และเพิ่มการจ้างงานกว่า 1 แสนตำแหน่ง

ในอีกด้านหนึ่ง กลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้เสนอให้รัฐบาลใหม่ผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับจากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่มาตรฐานระดับโลก โดยนายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมสมุนไพร ระบุว่า อุตสาหกรรมสมุนไพรมีผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การผลิตมากกว่า 7-8 ล้านคน ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต โรงงาน และผู้ค้า หากได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจะช่วยเพิ่มรายได้และส่งเสริมการส่งออกของประเทศ

ข้อเสนอสำคัญประกอบด้วย การสนับสนุนงบวิจัยเพื่อสร้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ยกระดับมาตรฐานการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล สร้างภาพลักษณ์สมุนไพรไทยเป็นสินค้าพรีเมียม และผลักดันซอฟต์เพาเวอร์ผ่านการสร้างเอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ตลาดโลก

ภาพรวมสะท้อนว่า แม้สัญญาณความเชื่อมั่นผู้บริโภคเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอียังเผชิญความเปราะบาง และต่างคาดหวังให้รัฐบาลใหม่เร่งดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างเสถียรภาพและผลักดันเศรษฐกิจไทยให้กลับมาฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ