
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายหลังการเข้าเยี่ยมชมโรงงาน 2 แห่งของกลุ่มไมเดีย(Midea) ได้แก่ บริษัท ไมเดีย รีฟริเจอเรชั่น อีควิปเมนท์ จำกัด ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศในนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง จังหวัดชลบุรี และบริษัท ไมเดีย อินเทลลิเจนท์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตตู้เย็นในนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี จังหวัดระยอง ว่ากลุ่มไมเดีย ได้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 โดยในระยะแรก เป็นการควบรวมกิจการของกลุ่มบริษัท โตชิบา และตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ได้เดินหน้าลงทุนในไทยอย่างเต็มที่ภายใต้ชื่อกลุ่มไมเดีย ปัจจุบันมีโรงงาน 8 แห่ง ครอบคลุมการผลิตเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว เพื่อการส่งออกไปยังสหรัฐฯ, ตะวันออกกลาง และเอเชีย เงินลงทุนรวม 25,000 ล้านบาท จ้างงานบุคลากรไทย 15,000 คน และมีทีมวิจัยและพัฒนา 200 คน
โดยกิจการของไมเดียในไทย ถือเป็นฐานการผลิตใหญ่ที่สุดนอกประเทศจีน และเป็นฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่ที่สุดในโลกของกลุ่มไมเดีย สะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกต่อความพร้อมและศักยภาพของประเทศไทย โดยบริษัทมีแผนขยายการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในไทยอีกในอนาคตอันใกล้นี้
กลุ่มไมเดีย เป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีและการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็น No.1 Smart Home Appliances Brand in the World จากสถาบัน Euromonitor International และได้รับรางวัลนวัตกรรมยอดเยี่ยม 2025 สำหรับเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่จาก Time Magazine โดยที่ผ่านมา ไมเดียได้ขยายการลงทุนและยกระดับฐานการผลิตในประเทศไทยด้วยเทคโนโลยีทันสมัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็น Smart Factory โดยโรงงานที่จังหวัดชลบุรี เป็นโรงงานแห่งแรกนอกจีนที่ได้รับรางวัล Global Lighthouse Network โดย World Economic Forum (WEF) เป็น 1 ใน 12 โรงงานอัจฉริยะล้ำสมัยที่สุดในโลกประจำปี 2025 สะท้อนศักยภาพการประยุกต์ใช้ AI หรือปัญญาประดิษฐ์และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง เพื่อควบคุมเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ รวมถึงด้านความปลอดภัยและการพัฒนาบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต เชื่อมโยงห่วงโซ่การผลิตอย่างไร้รอยต่อควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
นอกจากการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะแล้ว กลุ่มไมเดียยังเดินหน้าเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศไทย โดยมีมูลค่าจัดซื้อชิ้นส่วนในไทย 32,000 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมมาก 400 หมวดสินค้า และมีเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศ 500 ราย ซึ่งบางส่วนเป็นซัพพลายเออร์เดิมของโตชิบาที่กลุ่มไมเดียยังซื้อชิ้นส่วนต่อเนื่องถึงปัจจุบัน โดยภายในปีนี้ ผลิตภัณฑ์ตู้เย็นจะมีสัดส่วนการใช้ Local Content หรือชิ้นส่วนในประเทศสูงถึง 70% ขณะที่เครื่องปรับอากาศอยู่ที่ 60%
“การที่กลุ่มไมเดียเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในไทยอย่างมีนัยสำคัญสะท้อนถึงศักยภาพของผู้ประกอบการในประเทศที่สามารถยกระดับมาตรฐานการผลิต และเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยบีโอไอจะเดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือระหว่างบริษัทชั้นนำระดับโลกกับผู้ประกอบการไทย ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงาน SUBCON Thailand, งาน Thailand Electronics Circuit Asia (THECA) และกิจกรรม Sourcing Day ที่จัดต่อเนื่องทั้งปี เพื่อยกระดับขีดความสามารถของซัพพลายเชนในประเทศให้สอดรับกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า, อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เครื่องจักร และระบบอัตโนมัติ”