
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ฐานะกองทุนน้ำมันกลับมาเป็นบวกครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่ 505 ล้านบาท นับจากเริ่มติดลบครั้งแรก 1,633 ล้านบาท เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2564 และติดลบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเคยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 132,671 ล้านบาท เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2565
ทั้งนี้ เนื่องจากกองทุนน้ำมันได้เข้าไปอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนเพื่อให้มีราคาขายปลีกในประเทศ ต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริงตามนโยบายรัฐบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยขณะนี้ ในส่วนของบัญชีน้ำมัน เป็นบวกอยู่ที่ 39,046 ล้านบาท เนื่องจากมีเงินไหลเข้ากองทุนจากการเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันดีเซล 20 สตางค์(สต.)ต่อลิตร ผู้ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 เก็บที่ 2.50 บาทต่อลิตร อี20 เก็บที่ 80 สต.ต่อลิตร และน้ำมันเบนซินธรรมดา ออกเทน 95 เก็บที่ 9.60 บาทต่อลิตร ขณะที่บัญชีก๊าซหุงต้ม ยังติดลบ 38,541 ล้านบาท เนื่องจากกองทุนน้ำมันยังต้องจ่ายเงินชดเชยอยู่ 22 สต.ต่อกิโลกรัม(กก.)
โดยตามแผนแก้ไขวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันปี 2563-2567 รัฐบาลได้กำหนดกรอบราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร อีกทั้งยังมีนโยบายตรึงราคาขายก๊าซหุงต้มครัวเรือนไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กก. ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกปัจจุบันที่ยังผันผวน ดังนั้นกองทุนน้ำมัน ยังคงต้องดูแลราคาน้ำมันให้อยู่ในกรอบที่กำหนด ไม่สามารถปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาดได้จนในขณะนี้
ขณะเดียวกัน สำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (สกนช.) อยู่ระหว่างจัดทำแผนวิกฤตการณ์ด้านน้ำมันเชื้อเพลิงปี 2568-2572 เนื่องจากแผนเดิมครบกำหนด 5 ปีที่ต้องทบทวนใหม่แล้ว โดยสาระสำคัญของแผนฉบับใหม่จะเน้นพิจารณาความเหมาะสมในการนำเงินกองทุนไปช่วยเหลือยามเกิดวิกฤตราคาพลังงาน โดยจะทบทวนว่า สถานการณ์ใดจะเข้าข่ายเป็นวิกฤต และควรช่วยเหลือด้านราคาอยู่ที่ระดับใด ซึ่งต้องทบทวนเพดานอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลใหม่ด้วยหรือไม่ จากปัจจุบันอยู่ที่ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกันหลากหลายแนวทาง โดยคำนึงถึงข้อดี-ข้อเสียที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ภาวะเศรษฐกิจประเทศ และอัตราเงินเฟ้อด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันกองทุนน้ำมัน ยึดหลักเกณฑ์ว่าหากราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศที่ปรับขึ้นทุก 1 บาทต่อลิตร จากราคาน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นเกิน 5 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลต่อสัปดาห์ จะถือว่าเข้าข่ายวิกฤตราคาพลังงาน กองทุนน้ำมันจะสามารถเข้าไปรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันได้ รวมถึงการอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม จะตรึงราคาก๊าซหุงต้มไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กก.ต่อไปหรือไม่ และจะช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มครัวเรือน หรือทุกกลุ่มเหมือนเดิม