
TikTok ยืนยันแผนลงทุนในไทยระยะยาวกว่า 270,000 ล้านบาท
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า จากการพบปะหารือกับ นางชนิดา คล้ายพันธ์ Head of Public Policy บริษัท TikTok จำกัด เพื่อหารือถึงการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการต่อยอดบทบาทแพลตฟอร์มในการสนับสนุนเศรษฐกิจดิจิทัลและผู้ประกอบการไทย โดยบริษัทยืนยันแผนลงทุนระยะยาวรวมกว่า 270,000 ล้านบาท พร้อมหารือแนวทางใช้แพลตฟอร์มยกระดับศักยภาพเอสเอ็มอี ให้เข้าถึงตลาดและสร้างรายได้มากขึ้น รวมถึงเสนอให้ไทยเป็นฐานกิจกรรมระดับภูมิภาค อาทิ ด้านการพัฒนาคอนเทนต์
นอกจากนี้ยังได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือเชิงนโยบาย เพื่อยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค เสริมสร้างความรู้ทางการเงิน และการป้องกันภัยหลอกลวงออนไลน์ โดย TikTok ระบุว่ามีความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และพร้อมขยายกิจกรรมร่วมกับภาคีเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงก่อนการประชุม IMF–World Bank Annual Meetings 2026 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพต่อไป รวมถึงแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะความพร้อมด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งภาครัฐอยู่ระหว่างเร่งยกระดับอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับการลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างต่อเนื่อง
นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา TikTok ได้ยกระดับทักษะดิจิทัลให้คนไทยและขับเคลื่อนสังคมไทยในหลากหลายมิติ ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา 6 แห่ง เพื่อนำร่องหลักสูตร Digital Citizenship and Digital Media Literacy ซึ่งมีนักเรียนเข้าร่วมแล้วกว่า 2,500 คน ควบคู่กับการอบรมผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กว่า 10,000 ราย และผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ชุมชน (โอทอป) กว่า 2,000 ราย พร้อมขับเคลื่อนโครงการ #คนไทยรู้ทัน ซึ่งมียอดรับชมสะสมมากกว่า 17,000 ล้านครั้ง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้านความปลอดภัยออนไลน์และการใช้สื่อดิจิทัลอย่างรู้เท่าทันในวงกว้าง นอกจากนี้ TikTok ได้สนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อม ลดขยะกว่า 382,000 กิโลกรัม ลดการปล่อยคาร์บอนกว่า 1.6 ล้านกิโลกรัม และแจกจ่ายอาหารมากกว่า 1.1 ล้านมื้อ สะท้อนบทบาทแพลตฟอร์มดิจิทัลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจควบคู่ความยั่งยืนในทุกมิติ
“การที่ TikTok ยืนยันแผนเดินหน้าลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนระดับโลกต่อศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยภาครัฐพร้อมเร่งยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาทักษะดิจิทัลของแรงงาน และส่งเสริมระบบนิเวศนวัตกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม New S-Curve ด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ควบคู่กับการผลักดันเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เข้าถึงโอกาสทางการค้าในตลาดโลก พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นด้านการลงทุนในระยะยาว ท่ามกลางบริบทการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลก”
สำหรับ TikTok เป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นและโซเชียลคอมเมิร์ซระดับโลก พัฒนาโดยบริษัท ByteDance จากประเทศจีน ปัจจุบัน TikTok มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านราย รวมถึงในอาเซียนมากกว่า 368 ล้านราย และมีภาคธุรกิจใช้งานแพลตฟอร์มกว่า 15 ล้านราย โดย TikTok ได้จัดตั้งบริษัทในไทยชื่อ บจ. ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ เป็นสำนักงานปฏิบัติการภูมิภาคตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในกิจการศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Center: IBC) และในปี 2568 ยังได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในกิจการ Data Hosting เพื่อให้บริการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคอมพิวเตอร์แม่ข่ายแก่บริษัท TikTok Pte. Ltd. ที่ประเทศสิงคโปร์เป็นหลัก มูลค่าเงินลงทุนรวม 126,793 ล้านบาท
ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ TikTok ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากจำนวนผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ประกอบการรายย่อย แพลตฟอร์มดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้ผู้สร้างคอนเทนต์ (Content Creator) สามารถนำเสนอผลงาน สร้างรายได้ และขยายฐานผู้ติดตามได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดอาชีพใหม่ในยุคดิจิทัล เช่น อินฟลูเอนเซอร์ นักไลฟ์ขายสินค้า และผู้ผลิตสื่อออนไลน์
นอกจากบทบาทด้านความบันเทิง TikTok ยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซและการตลาดออนไลน์ หลายธุรกิจได้นำ TikTok มาใช้เป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการผ่านวิดีโอสั้น รวมถึงฟีเจอร์ TikTok Shop ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถจำหน่ายสินค้าได้โดยตรงผ่านแพลตฟอร์ม ส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ