
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กล่าวงานเสวนา Trade Talk ครบรอบ 11 ปี สนค. หัวข้อ “เศรษฐกิจไทย 69: ปรับโครงสร้าง วางอนาคตทั่วถึง” ว่า เศรษฐกิจไทยในปัจจุบันสะท้อนสัญญาณที่น่าสนใจ เพราะแม้ตัวเลขทางเศรษฐกิจดีขึ้น อัตราเงินเฟ้อปี 68 ต่ำที่ติดลบ 0.14% และการส่งออกเติบโตถึง 12.9% มูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 11.1 ล้านล้านบาท แต่ประชาชนยังรู้สึกถึงภาวะค่าครองชีพสูง รายได้ไม่มั่นคง และกำลังซื้อยังเปราะบาง สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ตัวเลขเศรษฐกิจยังไม่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตได้อย่างแท้จริง เพราะโครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังขาดการเชื่อมโยงอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะระหว่างราคา รายได้ และโอกาสทางเศรษฐกิจของประชาชน
“แม้การส่งออกไทยเติบโตโดดเด่น แต่ผลประโยชน์ยังกระจุกตัวอยู่กับผู้ส่งออกรายใหญ่ในไม่กี่จังหวัด ขณะที่ SMEs อยู่รอดต่ำ สนค. จึงเสนอแนวคิด Harmonizing Trade เพื่อประสานพลังระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยผ่านการปรับโครงสร้างการค้าใน 3 มิติ ได้แก่ การปรับสมดุลโครงสร้างสินค้า การส่งเสริมสินค้าที่สร้างโอกาสให้ SMEs และการกระจายผลประโยชนไปสู่ทุกภูมิภาค เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ห่วงโซ่การค้าไทยอย่างยั่งยืน”
ยกตัวอยาง เช่น ในด้านฐานรากของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคเกษตร จำเป็นต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า อย่างข้าว ต้องมุ่งเน้นข้าวมูลค่าสูง เช่น “ข้าวประณีต” โดยนำเทคโนโลยี AI และ Big Data มาวิเคราะห์ศักยภาพตลาดและกำหนดกลยุทธ์การค้าข้าวอย่างแม่นยำ ซึ่งจะช่วยให้การผลิตและส่งออกสอดคล้องกับความต้องการของโลก ส่วนภาคบริการที่ยังเผชิญความท้าทายจากความเหลื่อมล้ำและการกระจุกตัวของรายได้ สนค. เสนอแนวทางการพัฒนาผ่านการสร้างเครือข่าย SMEs Network ลดต้นทุนด้วยการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน