
ครม. อนุมัติยกเลิก Sole Agent สำหรับนำเข้าไวน์ เพื่อเพิ่มการแข่งขันและลดราคา
ครม. รื้อระบบนำเข้าสุรา ปลดล็อก Sole Agent นำร่องไวน์ หวังลดราคาขาย เปิดโอกาสแข่งขันเสรี ลดขั้นตอนเลิกการอนุมัติฉลากก่อนนำเข้า จัดระเบียบใบอนุญาตประเภทที่ 5 ใหม่ เพื่อปิดช่องโหว่การเลี่ยงภาษี ลักลอบจำหน่าย ด้านสภาหอการค้าฯ ค้านปลดล็อก Sole Agent ห่วงสินค้าเลียนแบบ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบตามกระทรวงการคลังเสนอ โดยกรมสรรพสามิตได้เสนอร่างกฎกระทรวงการอนุญาตนำสุราเข้ามาในราชอาณาจักรฉบับใหม่ โดยสาระสำคัญ คือการปลดล็อกระบบตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว (Sole Agent) สำหรับการนำเข้าสุราเพื่อขาย (ใบอนุญาตประเภทที่ 1) จากเดิมที่กฎหมายกำหนดให้ผู้นำเข้าต้องมีหนังสือแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวจากผู้ผลิตต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเกราะป้องกันการแข่งขันมายาวนาน แต่ร่างกฎกระทรวงใหม่นี้ให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพสามิตยกเว้นเงื่อนไขดังกล่าวได้ โดยในระยะแรกจะเริ่มบังคับใช้เฉพาะสุราแช่ชนิดไวน์และสปาร์กลิ้งไวน์เท่านั้น
โดยการปลดล็อกนี้คาดว่าจะทำให้มีผู้นำเข้ารายใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น เกิดการแข่งขันด้านราคาและคุณภาพ ส่งผลให้ราคาไวน์ในท้องตลาดปรับตัวลดลง เพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวและผู้บริโภค โดยกรมสรรพสามิต ยืนยันว่าปัจจุบันมีฐานข้อมูลราคาไวน์ที่สามารถตรวจสอบราคาต้นทุนจากแหล่งผลิตได้ จึงสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพากลไก Sole Agent เพียงอย่างเดียว
นอกจากประเด็นเรื่องตัวแทนจำหน่าย ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมุ่งเน้นการลดขั้นตอนทางราชการอีก 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.ยกเลิกการอนุมัติฉลาก เปลี่ยนจากการที่ต้องยื่นขออนุมัติฉลากก่อนนำเข้า ซึ่งเสียเวลา เป็นการยื่นตัวอย่างฉลาก ให้กรมสรรพสามิตทราบเท่านั้น เพื่อความรวดเร็ว 2.เพิ่มช่องทางออนไลน์ เปิดให้ยื่นคำขอใบอนุญาตผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ และปรับสถานที่ยื่นคำขอให้สอดคล้องกับด่านศุลกากรที่จะตรวจปล่อยสินค้า เพื่อความสะดวกของผู้นำเข้า 3.จัดระเบียบใบอนุญาตประเภทที่ 5 โดยปรับนิยามให้ชัดเจน จากเดิมที่ระบุเพียงกรณีอื่น เป็นให้อำนาจอธิบดีกรมสรรพสามิตสามารถประกาศกำหนดวัตถุประสงค์และหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนได้ เพื่อแก้ปัญหาการใช้ดุลพินิจและปิดช่องโหว่ทางกฎหมาย ป้องกันการลักลอบนำเข้ามาจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นการยกเลิก Sole Agent ได้รับเสียงคัดค้านจาก สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ที่มองว่าจะส่งผลกระทบต่อธรรมาภิบาลทางการค้า โดยห่วงกังวลเรื่องการทะลักเข้ามาของสินค้าเลียนแบบหรือสินค้าด้อยคุณภาพ การตรวจสอบย้อนกลับที่ทำได้ยากเมื่อเกิดปัญหา และความไม่เป็นธรรมต่อตัวแทนจำหน่ายทางการที่ต้องแบกรับต้นทุนการตลาดและการสร้างแบรนด์ ในขณะที่ผู้นำเข้าอิสระ ไม่ต้องแบกรับต้นทุนส่วนนี้ อีกทั้งยังกังวลเรื่องการสำแดงราคาต่ำกว่าความเป็นจริงเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ส่วนหน่วยงานอื่น ๆ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พาณิชย์ สาธารณสุข และสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เห็นชอบในหลักการ โดยมองว่าเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในภาพรวม ซึ่งกรมสรรพสามิตยืนยันว่า จะไม่กระทบต่อรายได้ภาษีของรัฐ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่างกฎกระทรวงเกี่ยวกับการนำเข้าสุราจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างครั้งสำคัญเพื่อเปิดกว้างทางการค้าให้มากขึ้นเนื่องจากระบบเดิมนั้นมีการกำหนดเงื่อนไขในลักษณะที่เรียกว่า "Sole Agent" หรือการให้สิทธิผู้นำเข้าเพียงรายเดียวทำให้เกิดการผูกขาดในตลาด ซึ่งรัฐบาลได้ตัดสินใจยกเลิกเพื่อให้ระบบเปิดกว้างและลดการผูกขาดลง ทำให้ผู้ประกอบการรายอื่นมีโอกาสนำเข้าสินค้าแข่งขันได้อย่างเสรี
นอกจากนี้ ยังได้นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษีและอำนวยความสะดวกให้แก่ภาคเอกชน โดยมีการนำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อให้เกิดความคล่องตัว ซึ่งในอนาคตเมื่อผู้ประกอบการนำเข้าสุราเข้ามาในราชอาณาจักร ก็จะสามารถยื่นชำระภาษีผ่านระบบดิจิทัลได้ทันที อย่างไรก็ตาม กฎกระทรวงฉบับนี้จะต้องรอประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
ด้านนายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า เบื้องต้นจะนำร่องเฉพาะเครื่องดื่มไวน์ก่อน ส่วนสุรา เบียร์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดอื่นจะยังไม่อนุญาตให้นำเข้าตามกฎหมายนี้ ซึ่งข้อดีจะช่วยเปิดกว้างให้มีการแข่งขันกันมากขึ้น เพราะระบบเดิมกำหนดเงื่อนไขห้สิทธิผู้นำเข้าเพียงรายเดียวเป็นตัวแทนจำหน่ายต่อ 1 ยี่ห้อ แต่ต่อไป ไวน์ 1 ยี่ห้อสามารถนำเข้ามาได้จากตัวแทนหลายบริษัท ส่วนเหตุผลที่เริ่มจากไวน์ เพราะสามารถทำได้โดยง่าย และไวน์ในประเทศยังมีราคาแพง แต่ต่อไปเมื่อมีการแข่งขันมากขึ้น ก็มีโอกาสที่ราคาจะลดลง