
มีคนแสดงความชื่นชม คุณวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการฯแบงก์ชาติ คนใหม่ กันไปพอสมควร หลังได้ฟังปาฐกถาของเขาในงานสัมมนาล่าสุด หัวข้อ Thailand Blooming 2026 : ปลุกอนาคตประเทศไทย ของ ค่ายมติชน วันก่อน
ในฐานะคนที่พอจะรู้จัก DNA ของ ผู้ว่าการฯแบงก์ชาติ และคนในแบงก์ชาติหลายคนมาบ้าง นับตั้งแต่คนรุ่นก่อนจะเกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง จนถึงคนล่าสุด ดร. เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการฯแบงก์ชาติ คนก่อน
คุณวิทัยดูจะเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด เป็นมนุษย์ปกติ คนธรรมดาๆ ไม่ได้อยู่บนหอคอยงาช้าง หรือเทวดาที่แตะต้องไม่ได้
คำพูดของเขาสะท้อนถึงความรับผิดชอบของผู้นำองค์กรสำคัญอย่างแบงก์ชาติที่กำกับดูแลเสถียรภาพระบบการเงิน และเศรษฐกิจของประเทศอย่างตรงไปตรงมา เขาจึงลุกขึ้นมาทำหน้าที่ในส่วนของเขา ร่วมมือกับกระทรวงการคลัง รัฐบาล องค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจหน้าที่เพื่อจัดการกับปัญหาสำคัญของประเทศ
โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องเงินใต้ดิน และทุนเทา ทั้งที่อยู่ในภาคเอกชน และภาครัฐ สำคัญก็คือ เขาไม่ได้คอแข็ง หรือตั้งข้อรังเกียจเดียดฉันท์ใดๆกับฝ่ายการเมืองเหมือนที่ผ่านๆมา
ผู้ว่าการฯวิทัยว่า เขาเห็นคนดีแต่วิเคราะห์ และพูดถึงปัญหาประเทศมากมาย ตั้งแต่เรื่องความยากจน ศักยภาพการแข่งขันที่ลดต่ำลงของประเทศ หนี้นอกระบบ ความเหลื่อมล้ำ จนถึงปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน แต่เอาจริงๆไม่มีใครทำ
และนั่นคือสิ่งที่ประเทศไทยขาด ซึ่งหมายความว่า แก้อะไรไม่ได้เลยก็เพราะ ขาดคนลงมือทำจริงๆ
ก็คงเหมือนๆกับเรื่องของเงินนอกระบบ และทุนเทาที่แบงก์ชาติไม่ได้ใช้อำนาจที่เคยมีอยู่มานานหลายสิบปี
คุณวิทัย ยืนยันแข็งกร้าวว่า เขาได้เข้าไปอย่างเต็มศักยภาพในการกำกับดูแลเสถียรภาพค่าเงิน รวมถึงสิ่งที่อาจทำให้เกิดการบิดเบือนค่าเงินบาท เช่น การค้าขายทองคำ ซึ่ง 60% กระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน
ที่ผ่านมาไม่มีใครดูแลตลาดค้าทองคำ เมื่อตรวจสอบพบว่า การค้าขายทองคำกระทบต่อเสถียรภาพค่าเงินจริงๆ จึงใช้ พ.ร.บ.ควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราเข้าไปกำกับดูแล เพื่อให้ธุรกรรมที่อาจกระทบต่อการบิดเบือนค่าเงินลดลง
เพื่อให้เกิดความแฟร์ แบงก์ชาติได้ทำคลอดมาตรการจัดการกับทุนเทาและธุรกรรมไม่พึงประสงค์ ซึ่งมีผลในเดือนนี้และเดือนก่อน โดยกำหนดเงื่อนไขวงเงินการรับซื้อธนบัตรต่างประเทศตามชายแดนไม่เกิน 200,000 บาท/คน/วัน
จำกัดวงเงินการรับซื้อธนบัตรเงินตราต่างประเทศไม่เกิน 800,000 บาท/คน/วัน, จับรูปแบบธุรกรรมการเงินเบิก-ถอนที่ผิดปกติด้วยการให้แบงก์พาณิชย์รายงานตรงถึงแบงก์ชาติ จากที่เคยรายงานตรงต่อสำนักงาน ปปง.ไม่เกิน 2 ล้านบาท/คน/วัน รวมถึงติดตามธุรกรรมการซื้อขายเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ของ Non-resident ซึ่งไม่ได้มีถิ่นฐานในประเทศไทย
คุณวิทัย ตบท้ายว่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ได้ให้แบงก์พาณิชย์รายงาน การเบิก-ถอนเงินผิดปกติส่งเข้าไปให้ดู ก็พบว่า มีเงิน 450 ล้านบาทถูกเบิก-ถอนออกไป ในจำนวนนี้ 200 ล้านบาทขอเป็นธนบัตร 100 บาทกับ 500 บาท ซึ่งก็ได้ส่งให้ ปปง.ตรวจสอบแล้ว
ตามความเห็นส่วนตัว ผู้ว่าการฯวิทัยคนนี้น่าจะเป็นความหวังใหม่ของพวกเราและอนาคตเศรษฐกิจไทยที่จะได้รับการแก้ไขและลงมือทำจริงๆจังๆเสียที.
มิสไฟน์
คลิกอ่านคอลัมน์ “กระจก 8 หน้า” เพิ่มเติม