หนุนปราบโรงงานเหล็กผิดกฎหมาย ส.อ.ท. ฝากพรรคการเมืองยกระดับ “ซีโร่คอรัปชัน” ปราบทุนเทา

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

หนุนปราบโรงงานเหล็กผิดกฎหมาย ส.อ.ท. ฝากพรรคการเมืองยกระดับ “ซีโร่คอรัปชัน” ปราบทุนเทา

Date Time: 23 ม.ค. 2569 07:00 น.

Summary

นายนาวา ส.อ.ท. สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายโรงงานและ มอก. อย่างจริงจัง เพื่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

  • มีการเปิดเผยถึงแรงกดดันจากกลุ่มทุนเทาที่พยายามขัดขวางการบังคับใช้กฎหมาย
  • นายนาวาเตือนถึงความเสี่ยงของการใช้คดีเพื่อปิดปากผู้เปิดโปงปัญหา
  • เรียกร้องให้พรรคการเมืองบรรจุการปราบปรามทุนเทาเป็นนโยบายหลักในการเลือกตั้ง
  • ภาคอุตสาหกรรมพร้อมสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานและร่วมมือกับภาครัฐ

Latest

เร่งสัตยาบันเอฟทีเอไทย-เอฟตา

นายนาวา จันทนสุรคน รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก และแกนนำ 10 สมาคมอุตสาหกรรมเหล็ก แสดงจุดยืนสนับสนุนการดำเนินงานเชิงรุกของกระทรวงอุตสาหกรรม ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังทั้งด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และ พระราชบัญญัติโรงงาน ครอบคลุมมิติความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และความโปร่งใสทางธุรกิจ พร้อมเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองที่อยู่ระหว่างการรณรงค์หาเสียง ยกระดับประเด็นการปราบปรามทุนเทาในธุรกิจให้เป็นหนึ่งในนโยบายหลักของประเทศไทย

นายนาวาระบุว่า ตลอดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา การสั่งปิดหรือเพิกถอนใบอนุญาตโรงงานที่ฝ่าฝืนกฎหมายไม่ใช่การกลั่นแกล้งปฏิบัติ แต่เป็นผลจากการตรวจสอบที่พบความผิดชัดเจนทั้งด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และระบบการดำเนินงาน การผลิตเหล็กที่ไม่ผ่านมาตรฐานไม่ใช่แค่ปัญหาระดับบริษัท แต่เป็นความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชน ตั้งแต่โครงสร้างสาธารณูปโภคของรัฐ ไปจนถึงอาคารบ้านเรือน โรงงานของเอกชน หากรัฐไม่เข้มแข็ง คนทั้งประเทศคือผู้รับความเสี่ยง “ถ้าใครลดต้นทุนด้วยการใช้วัตถุดิบที่ไม่ผ่านการควบคุม หรือปล่อยสินค้าที่ไม่ผ่าน มอก. ออกสู่ตลาด ปล่อยมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม โกงภาษี นั่นไม่ใช่ความสามารถทางธุรกิจ แต่คือการเอาเปรียบสังคมและบ่อนทำลายประเทศชาติ” ภาคเอกชนที่ลงทุนในระบบคุณภาพและสิ่งแวดล้อมย่อมมีต้นทุนสูงกว่าโรงงานที่ลดต้นทุนด้วยการละเมิดกฎหมาย ซึ่งเป็นการแข่งขันที่บิดเบือนและบั่นทอนศักยภาพอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว การบังคับใช้กฎหมายไม่ควรถูกนำมาอ้างว่าเป็นการต่อต้านการลงทุน เพราะในความเป็นจริง นักลงทุนคุณภาพต้องการประเทศที่มีกติกาชัดเจน ไม่ใช่ประเทศที่ใครมีเส้นสายก็ฝ่าฝืนกฎหมายได้

นายนาวาเปิดโปงรูปแบบแรงกดดันจากทุนเทา บีบรัฐให้ถอยจากกฎหมาย โดยโรงงานที่ถูกดำเนินคดีที่เป็นกลุ่มทุนสีเทาเมื่อถูกสั่งปิดหรือจำกัดการดำเนินการ ก็ใช้ทุกช่องทางในการกดดันฝ่ายรัฐตีความเลี่ยงละเว้นการดำเนินการตามกฎหมาย “มีความพยายามใช้ทั้งการวิ่งเต้น การสร้างแรงกดดันทางการเมือง และการข่มขู่ทางกฎหมาย เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายสะดุดหรือถูกย้อนกลับ” หากระบบรัฐยอมอ่อนข้อให้กับแรงกดดันนี้ จะส่งสัญญาณอันตรายไปยังผู้ประกอบการทั้งระบบว่า กฎหมายสามารถต่อรองได้ และมาตรฐานไม่ใช่เรื่องจำเป็น

รองประธาน ส.อ.ท. แสดงความห่วงใยต่อแนวโน้มการใช้คดีเพื่อปิดปาก (SLAPP) หรือวิธีการสกปรกต่างๆ ต่อผู้ที่เปิดโปงปัญหา หรือข้าราชการที่ดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อทำลายขวัญกำลังใจ รวมถึงสร้างภาระและความกลัวในการทำหน้าที่ที่ถูกต้องอันควรของประชาชนและเจ้าหน้าที่ “ถ้าการทำตามหน้าที่ต้องแลกด้วยคดีความและความเสี่ยงส่วนตัว สุดท้ายจะไม่มีใครกล้ายืนอยู่แนวหน้าในการบังคับใช้กฎหมาย หากกฎหมายแพ้เงินทุนเทา ประเทศไทยจะกลายเป็นพื้นที่รองรับของธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ประเทศอื่นไม่ต้องการหรือขับไล่ออกมา” รองประธาน ส.อ.ท. มั่นใจว่าประเทศไทยต้องเป็นรัฐที่ยึดกฎหมายเป็นฐานแห่งความถูกต้อง ไม่ใช่รัฐที่ปล่อยให้กฎหมายถูกใช้เป็นเครื่องมือปิดปาก และกระบวนการยุติธรรมย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต

นายนาวาในฐานะกรรมการ Zero Corruption “กกร.และเพื่อนไม่ทน” ยืนยันว่า คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) สนับสนุนการดำเนินงานของทุกภาคส่วนเพื่อต่อต้านการทุจริตและการเอื้อประโยชน์นอกระบบ “ถ้าเรายอมรับว่าการจ่ายใต้โต๊ะเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนธุรกิจ ประเทศก็จะไม่มีวันหลุดจากกับดักอุตสาหกรรมคุณภาพต่ำ” การกำจัดโรงงานที่ผิดกฎหมายไม่ใช่การทำลายเศรษฐกิจ แต่เป็นการปกป้องผู้ประกอบการที่ลงทุนถูกต้อง และเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้ประเทศไทยในห่วงโซ่อุปทานโลก

นายนาวายกตัวอย่างประเทศในอาเซียนซึ่งยกระดับการกำกับอุตสาหกรรมหนักอย่างจริงจัง เช่น สิงคโปร์ที่ใช้บทลงโทษต่อผู้บริหารระดับสูงในกรณีละเมิดมาตรฐานความปลอดภัย มาเลเซียที่ไม่เปิดช่องให้โรงงานที่ไม่ผ่านมาตรฐานเข้ามาดำเนินกิจการได้ เวียดนามที่ปรับโครงสร้างระบบตรวจโรงงานทันทีเมื่อเกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยประเทศเหล่านี้ไม่ได้เกรงว่าการเข้มงวดจะทำให้นักลงทุนหนี แต่เขากลัวมากกว่าว่าถ้าไม่เข้ม ประเทศของเขาจะกลายเป็นที่ทิ้งของเสียทางอุตสาหกรรมของโลก

ในช่วงใกล้การเลือกตั้ง นายนาวาเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมืองนำประเด็นการปราบปรามทุนเทาในภาคธุรกิจ การบังคับใช้กฎหมายโรงงานและมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมอย่างเข้มงวด เพื่อคุ้มครองประชาชนและสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม บรรจุเป็นนโยบายที่ชัดเจน พร้อมกลไกปฏิบัติจริง ไม่ใช่เพียงคำสัญญาเท่านั้น นโยบายปราบทุนเทาไม่ใช่การต่อต้านการลงทุน แต่เป็นการคัดกรองการลงทุนให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศในระยะยาว “ถ้าพรรคการเมือง ไม่กล้าจัดการทุนผิดกฎหมาย เศรษฐกิจไทยซึ่งเติบโตต่ำสุดอยู่ จะอยู่บนฐานที่เปราะบาง และสุดท้ายประชาชนต้องเป็นคนรับผลกระทบ” ดังนั้น ประชาชนในฐานะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคุณภาพสินค้า สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัย ควรนำจุดยืนของพรรคการเมืองต่อประเด็นนี้มาเป็นหนึ่งในปัจจัยพิจารณาในการเลือกตั้งด้วย

รองประธาน ส.อ.ท. ทิ้งท้ายว่า ภาคอุตสาหกรรมพร้อมสนับสนุนมาตรการยกระดับมาตรฐานทั้งระบบ และพร้อมร่วมมือกับภาครัฐในการปรับปรุงผู้ประกอบการที่ต้องการแก้ไขตัวเองอย่างจริงจัง แต่ไม่อาจยอมรับการปล่อยให้ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายใช้ระบบเส้นสาย “เราต้องเลือกว่าจะพัฒนาประเทศด้วยผู้ที่เคารพกติกา หรือปล่อยให้ประเทศถูกกำหนดทิศทางโดยผู้ที่เก่งในการเลี่ยงกฎหมาย ธุรกิจและอุตสาหกรรมในไทยต้องยืนบนกติกาเดียวกัน ฝ่ายนโยบายและราชการต้องยืนบนหลักนิติรัฐ ไม่ใช่บนเงาของผลประโยชน์นอกระบบ”


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ