
นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงแผนการออกสลากกินแบ่งรัฐบาลปี 2569 ว่า ในงวดวันที่ 1 ก.พ. 2569 สำนักงานสลากฯ ได้มีการเพิ่มสลากดิจิทัลอีก 1 ล้านใบ จาก 28 ล้านใบ เป็น 29 ล้านใบ โดยแบ่งเป็นต้นงวด 27 ล้านใบ และเพิ่มกลางงวดอีก 2 ล้านใบ หลังจากที่ผ่านมาพบว่าสลากดิจิทัลจำนวน 28 ล้านใบถูกจำหน่ายหมดติดต่อกันทั้ง 3 งวด สะท้อนให้เห็นว่าผู้ซื้อมีความเชื่อมั่นและหันมาซื้อสลากผ่านระบบออนไลน์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
“การเพิ่มสลากดิจิทัลเป็น 29 ล้านใบในงวดนี้ จะทำให้มีโอกาสถูกรางวัลที่ 1 รวมสูงถึง 174 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการทำลายสถิติเดิมจากงวดก่อนหน้าที่เคยมีผู้ถูกรางวัลสูงสุด 28 ใบ เงินรางวัล 168 ล้านบาท ขณะที่ตลอดปีนี้ ยังมีแผนเพิ่มสลากดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ให้ถึง 30 ล้านใบ ซึ่งจะทำให้มีโอกาสถูกรางวัลที่ 1 รวมสูงสุดได้ถึง 180 ล้านบาท โดยการตัดสินใจเพิ่มสลากดิจิทัล จะดูให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นสำคัญ”
ส่วนสลากกินแบ่งรัฐบาลแบบใบ ยังคงปริมาณที่ 78 ล้านใบ แต่ในระยะยาวคาดว่าสลากใบจะมีจำนวนลดลง โดยสำนักงานสลากฯ มีแนวทางส่งเสริมให้ผู้ที่ได้รับโควตาสลากแบบใบดั้งเดิมเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบการขายสลากดิจิทัลมากขึ้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และแก้ปัญหาสลากเกินราคา 80 บาท ซึ่งหากตัวเลขผู้ค้าที่ตัดสินใจนำสลากเข้ามาขายในระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้น สัดส่วนของสลากใบในท้องตลาดก็จะค่อยๆ ลดลงไปเองตามกลไก
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวเพิ่มว่า ขณะที่สลากเลขสามหลัก หรือ เอ็น 3 ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยหลังจากมีการขยายคนขายเพิ่มจาก 4,000-5,000 ราย เป็น 20,000 ราย ส่งผลให้ยอดจำหน่ายขยับตัวขึ้นเท่าตัว จากปกติมียอดขายประมาณ 2 ล้านใบ พุ่งทะยานขึ้นไปเกินกว่า 4 ล้านใบแล้ว อย่างไรก็ตาม ยอดขายในขณะนี้ยังคงอยู่ภายใต้เพดานการจำหน่ายไม่เกิน 5 ล้านใบ แต่หากระยะต่อไปมียอดซื้อเต็มเพดาน 5 ล้านใบต่อเนื่อง สำนักงานสลากฯ ก็พร้อมพิจารณาปรับเพิ่มโควตาการขายสลากเอ็น 3 ต่อไปทันที
ทั้งนี้หากประเมินจากศักยภาพผู้ขายปัจจุบัน 20,000 ราย หากทุกคนมีการขายเต็มโควตาคนละ 1,350 ใบ ต่องวด จะมียอดขายเอ็น 3 สูงถึง 22 ล้านใบเลยทีเดียว ซึ่งแสดงให้เห็นว่าตลาดยังมีช่องว่างในการเติบโตได้อีก เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนและช่วยลดปัญหาการพนันนอกระบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปัจจุบันจะมีสลากจำหน่ายทั้งระบบเฉลี่ยงวดละ 112 ล้านใบ