
นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น : กกร. และ เพื่อนไม่ทน เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ปัญหาทุจริตในไทยรุนแรงขึ้นมาก กระทบต่อทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจและทำลายภาพลักษณ์ประเทศ คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และคณะทำงานซีโร่ คอร์รัปชั่น : กกร. และเพื่อนไม่ทน จึงต้องการให้พรรคการเมืองที่จะมาเป็นรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งปี 69 ร่วมกันต่อต้านคอร์รัปชัน เพราะจากผลสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง และนักการเมืองไทย ในการเลือกตั้งปี 69 พบว่า ผู้ตอบส่วนใหญ่เห็นว่า มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงแน่นอน และการทุจริตเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องการให้แก้ไขมากที่สุด ดังนั้น ประชาชนต้องร่วมมือกันไม่สนับสนุนพรรคการเมืองที่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง เพื่อร่วมกันแก้ปัญหาคอร์รัปชัน
สำหรับผลสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมือง และนักการเมืองไทย ในการเลือกตั้งปี 69 จากกลุ่มตัวอย่าง 4,814 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นประชาชน 3,043 ราย และภาคธุรกิจ 1,771 ราย พบว่า ผู้ตอบมากถึง 42% ระบุว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมาก และมากถึง 69% ระบุถ้ามีการจ่ายเงินซื้อเสียง จะไม่รับ มีเพียง 18% ที่ตอบรับ ส่วนเมื่อถามว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ซื้อเสียงราคาเท่าไร โดยรวมสูงสุด 7,500 บาท/คน โดยกรุงเทพฯและปริมณฑล สูงสุดที่ 7,500 บาท/คน ส่วนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เท่ากันที่สูงสุด 5,000 บาท/คน ขณะที่ภาคตะวันออก สูงสุด 3,000 บาท/คน
นอกจากนี้ หากนักการเมืองให้เงินซื้อเสียง จะเลือกนักการเมืองคนนั้นหรือไม่ มากถึง 71.9% ตอบไม่เลือก ขณะที่อีก 28.1% ตอบเลือก เพราะคุ้นเคย/รู้จัก, ผลงานที่ผ่านมา, ไม่รู้จะเลือกใคร, ตามอิทธิพลหัวคะแนน และได้รับเงิน/ผลประโยชน์ นำไปใช้จ่าย ส่วนเมื่อถามว่า หากพรรคการเมืองไม่มีนโยบาย หรือไม่ประกาศนโยบายต่อต้านคอร์รัปชัน จะเลือกหรือไม่ มากถึง 58.7% ตอบไม่เลือก และอีก 41.3% ตอบเลือก เพราะดูนโยบายอื่น ที่มีประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด, ความน่าเชื่อถือและผลงานที่ผ่านมา และมีผลงานดี เข้าใจปัญหาในพื้นที่
ขณะเดียวกัน พฤติกรรมของนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่เบื่อหน่ายและกังวลมากที่สุด คือ รัฐมนตรีสีเทา, ดีแต่พูด นโยบายต้านโกงมีไว้แค่หาเสียง พอเป็นรัฐบาลเงียบหาย, ผลประโยชน์ทับซ้อน สำหรับปัญหาคอร์รัปชัน ที่รัฐบาลใหม่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม ได้แก่ สินบนและเงินใต้โต๊ะ, ทุจริตจัดซื้อจัดจ้างของราชการ และการมีผลประโยชน์ทับซ้อน, เจ้าหน้าที่รัฐและนักการเมืองร่ำรวยผิดปกติ ฯลฯ
“ภาคธุรกิจและประชาชนคาดหวังให้พรรคการเมืองต่อต้านคอร์รัปชัน เช่น ตรวจสอบประวัติผู้สมัครก่อนให้ลงสมัคร, คณะกรรมการบริหารลาออกทั้งคณะหากหัวหน้าพรรคทุจริต, เปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินของนักการเมืองอย่างโปร่งใส, ไล่ออกทันทีหากพบทุจริต, ตัดความสัมพันธ์กับนักธุรกิจทุนเทา, มีระบบรายงานการทุจริตในพรรค, ห้ามแต่งตั้งรัฐมนตรีสีเทา, ดำเนินคดีทางกฎหมายและริบทรัพย์สมาชิกที่ทุจริต, จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในพรรค, ไม่รับบุคคลที่มีประวัติโกงเข้าพรรค เป็นต้น แต่ผู้ตอบส่วนใหญ่ มีความเชื่อมั่นน้อยว่าพรรคการเมืองจะปฏิบัติได้จริง”