
KKP Year Ahead 2026 สัมมนาใหญ่ที่มาฉายภาพสะท้อนทิศทางเศรษฐกิจไทยในปีนี้ แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะดู “บุญเก่าเริ่มหมด และบุญใหม่ยังไม่มี” แต่หลายภาคส่วนยังให้มุมมองในการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่จะช่วยยกระดับทั้งเศรษฐกิจไทย
กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) จัดงานสัมมนา “KKP Year Ahead 2026” รวบรวมผู้นำทางความคิด และผู้กำหนดนโยบายระดับประเทศ ร่วมถอดรหัสความท้าทายที่เศรษฐกิจไทยต้องเผชิญ ท่ามกลางกระแสการเลือกตั้งที่เป็นความหวังของประชาชน
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) และ Andrew Tilton หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ภาคเอเชียจาก Goldman Sachs บรรยายร่วมกันภายใต้หัวข้อ 2026 Global and Thai Macro Divergence Opportunity and Uncertainty สะท้อนทิศทางเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก
สำหรับประเทศไทย ดร.พิพัฒน์ เผยว่า วิกฤติเศรษฐกิจของไทยส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจาก 3 อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ รถยนต์ ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์ กำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน สาเหตุหลักมาจากสินค้าจากจีนที่เร่งขยายกำลังการผลิตและส่งออกมายังไทยและอาเซียนมากขึ้น ทำให้ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ของไทยชะลอตัวต่อเนื่อง แม้การส่งออกจะดูเหมือนขยายตัว
ร่วมกับภาวะ Financial Deleveraging คือ การที่ภาคธนาคารระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อเนื่องจากกังวลเรื่องคุณภาพสินทรัพย์ ทำให้เม็ดเงินที่จะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจชะลอตัวลง
ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ และที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวถึง การเลือกตั้งที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางประเทศไทย โดยให้ความเห็นว่า หากรัฐบาลยังติดอยู่กับการใช้นโยบาย "เอาใจ" เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นมากกว่าการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ประเทศไทยก็จะไม่สามารถหลุดพ้นจากวังวน GDP 1-2%
พร้อมชี้ 6 ประเด็นสำคัญรื้อสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจไทย
การปฏิรูปภาคเกษตรกรรม การเปลี่ยนยุทธศาสตร์การผลิตจากการเน้นคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว มาเป็นการผลิตโปรตีน เนื่องจากประชากรโลกกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยที่ต้องการลดแป้งและเพิ่มโปรตีนนอกจากนี้ยังเสนอให้เปิดเสรีการนำเข้าวัตถุดิบเกษตร เช่น ถั่วเหลืองและข้าวโพด เพื่อลดต้นทุนในการผลิตเนื้อสัตว์เพื่อการส่งออก ซึ่งปัจจุบันไทยมีต้นทุนสูงกว่าคู่แข่ง
การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเสรี แนะนำการเปิดเสรีการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) ให้กว้างขวางที่สุด เพื่อช่วยให้ทุกภาคอุตสาหกรรมสามารถเข้าถึงพลังงานสะอาด มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593
การยกระดับโลจิสติกส์และการท่องเที่ยวเชิง ชี้ว่า ควรมีการเปิดสัมปทานให้ภาคเอกชนเข้ามาบริหารจัดการและเดินรถไฟบนรางที่รัฐลงทุนสร้างไว้แล้ว เนื่องจากปัจจุบันการรถไฟฯ ขาดงบประมาณ และหัวรถจักร การเปิดเสรีนี้จะช่วยสร้างโอกาสใหม่ ๆ เช่น การท่องเที่ยวเชิงรถไฟแบบญี่ปุ่น
การเข้าเป็นสมาชิก OECD เพื่อยกระดับมาตรฐานประเทศ จะเป็นกลไกสำคัญในการบังคับให้ประเทศไทยต้องปรับปรุงกฎเกณฑ์ มาตรฐานความโปร่งใส การลดคอร์รัปชัน ให้เป็นสากล
การปรับโครงสร้างการค้าต่างประเทศและภูมิรัฐศาสตร์ ต้องจัดการกับปัญหาการสวมสิทธิ์ส่งออกไปยังสหรัฐฯ ที่รุนแรงขึ้น และต้องลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ และการนำเข้าจากจีนในสัดส่วนที่สูงเกินไป โดยต้องมองหาตลาดใหม่ ๆ และสร้างความแตกต่างทางการค้า
ปรับสมดุลนโยบายการเงิน ภาวะบาทแข็งคือ แรงฉุดรั้งความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะการเงินที่ตึงตัวเกินไปจนอัตราเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้าหมายมาอย่างต่อเนื่อง
การรวบรวมทัศนะจากผู้เชี่ยวชาญหลากสาขาในงาน KKP Year Ahead 2026 สะท้อนศักยภาพและความเชื่อมั่นของแต่ละภาคส่วนที่ต้องการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่จะช่วยยกระดับความสามารถของประเทศได้อย่างแท้จริง
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ -