SME ไทยยืนใน No Man’s Land  ไม่แพ้ทันที แต่ก็ดูไม่มีวันชนะ ชี้ 3 ทางรอดผู้ประกอบการรายย่อย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

SME ไทยยืนใน No Man’s Land ไม่แพ้ทันที แต่ก็ดูไม่มีวันชนะ ชี้ 3 ทางรอดผู้ประกอบการรายย่อย

Date Time: 13 ม.ค. 2569 16:40 น.

Video

เมื่อเด็ก ป.6 (11 ขวบ) สร้างรายได้ "หลักแสน" แซงหน้าคนทำงาน! l Money Secret EP.12

Summary

SME คือกระดูกสันหลังของระบบเศรษฐกิจ SCG และพันธมิตรร่วมจัดเวทีแลกเปลี่ยน “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน” ในการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจรายย่อยไทยให้เติบโตยั่งยืน


Latest


งาน “Reinvent Thailand, Rejuvenate SMEs ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยไปด้วยกัน” เอสซีจีและเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจร่วมจัดขึ้น เพื่อเป็นเวทีความร่วมมือในการผลักดันการดำเนินงาน สร้างอนาคตเศรษฐกิจไทย 

ชนะ ภูมี ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี และรองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยเผชิญภาวะวิกฤติ GDP โตต่ำสุดในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง และปัจจุบัน SME มีสัดส่วนอยู่ประมาณ 30 - 35% ของ GDP ซึ่งถือว่ายังน้อย เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของโลกที่อยู่ที่ประมาณ 50% สิ่งนี้สะท้อนว่า SME ไทยยังมีโอกาสและพื้นที่ให้เติบโตได้อีกมาก

โจทย์ใหญ่ในการยกระดับ SME ไทย คือ การเพิ่มศักยภาพในการผลิต (Productivity) ให้เพิ่มขึ้น 2 เท่า ตามแนวทางของ World Economic Forum

สมคิด จิรานันตรัตน์ ที่ปรึกษา CEO ธนาคารกรุงไทย และผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมพัฒนาแอปพลิเคชันเป๋าตัง ชี้ว่า SME ไทย หากเปรียบกับเกมกีฬาเหมือนการเล่นเทนนิส ที่เสิร์ฟลูกไปแล้วแต่เคลื่อนที่เข้าหาเน็ตช้าเกินไป และลูกเทนนิสตกอยู่ที่ปลายเท้า ซึ่งเป็นจุดที่รับลูกได้ยากที่สุด หรือ No Man’s Land

สะท้อนภาพสถานะธุรกิจขนาดกลาง ขนาดเล็กของไทย ที่ไม่สามารถแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่มีเจ้าใหญ่ ราคาถูกอย่างจีนครองพื้นที่อยู่ แต่ก็ไม่มีศักยภาพไปแตะถึงตลาดระดับพรีเมียมได้ 

SME ไทยยืนอยู่ใน No Man's Land มานานกว่า 30 ปี

อีกกับดักที่ฉุดรั้ง SME ไว้ คือ การมีสถานะเป็นผู้รับจ้างผลิตชั้นล่างสุดของห่วงโซ่ ซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาลงทุนสูงแต่กำไรน้อย ผู้ประกอบการต้องใช้เงินทุนในเครื่องจักรและโรงงานสูง แต่กลับเหลือส่วนต่างกำไร เพียงแค่ประมาณ 10% 

รวมถึงขาดอำนาจการต่อรอง เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนหรือเจ้าของแบรนด์ใหญ่ย้ายฐานการผลิต SME จะเผชิญกับวิกฤติทันที เพราะไม่มีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง

ทางรอด = เสิร์ฟให้แรง และเร็วขึ้น

  • สนับสนุนการเข้าถึงพลังงานสีเขียว

“ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้” คำที่ใคร ๆ ก็เคยได้ยิน ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจ แต่ในแง่ของ SME วิธีการดังกล่าว จำเป็นต้องทำอย่างถี่ถ้วนและตรงจุด

นที สิทธิประศาสน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน กล่าวว่า SME ที่อยู่ในกระบวนการห่วงโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ของบริษัทขนาดใหญ่ จะถูกกดดันจากข้อกำหนดด้าน Green Supply Chain ที่เข้มงวดมากขึ้น 

และคาดว่าภายในปี 2573 ตลาดโลกอาจต้องการให้ห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดใช้พลังงานสะอาด 100% หาก SME ไม่สามารถตอบโจทย์นี้ได้จะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในการทำธุรกิจ

นที ให้ข้อเสนอแนะว่า การปลดล็อกกฎเกณฑ์และนโยบายภาครัฐจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการ SME เข้าถึงแหล่งพลังงานไฟฟ้าสีเขียวได้มากขึ้น

ผ่านการเปิดเสรีสายส่ง เสนอให้เอกชนรายเล็กสามารถเช่าใช้สายส่งของการไฟฟ้า เพื่อส่งจ่ายไฟฟ้าสีเขียวให้กันได้โดยตรง เหมือนโมเดลการเปิดให้บุคคลที่ 3 เข้าใช้ท่อก๊าซธรรมชาติของ ปตท.

รวมถึงคงรักษาราคาต้นทุนพลังงานที่เข้าถึงได้ พร้อมกับให้ข้อมูลว่า โซลาร์เซลล์ที่เคยราคาสูงถึงหน่วยละ 12 บาท ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงประมาณ 2 บาทกว่า ซึ่งเป็นระดับราคาที่จูงใจและ SME สามารถแข่งขันได้

  • เปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลแบบเต็มรูปแบบ

สมคิด จิรานันตรัตน์ กล่าวถึง การสร้าง Thai Digital Platform เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติที่เก็บค่าธรรมเนียมสูงถึง 20-30% รวมถึงการลดต้นทุนจากซอฟต์แวร์แบบ Utility ที่มีราคาแพง แต่ควรใช้ซอฟต์แวร์ในลักษณะ SaaS (Software as a Service) ที่จ่ายตามการใช้งานจริง

  • สร้างความร่วมมือแบบ "พี่ช่วยน้อง"

โครงการ Go Together ของ SCG เป็นโครงการยุทธศาสตร์ที่เน้นการสนับสนุน SME ให้สามารถปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับสากล

จากความร่วมมือระหว่าง SCG กับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และเครือข่ายพันธมิตร โดยเน้นการลงมือทำจริง สร้างเครือข่ายร่วมกัน และสนับสนุนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney  






Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ