
พล.อ.อ.มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์อุตสาหกรรมการบิน ในปี 2569 ที่จะเพิ่มขึ้น ตามทิศทางการเติบโตด้านการท่องเที่ยว ซึ่งสายการบินต่างๆ มีการเสนอขอเพิ่มเที่ยวบิน และการที่สายการบินสั่งเครื่องบินเพิ่ม ขณะที่สนามบินหลักแต่ละแห่งไม่ว่าจะเป็นสนามบินสุวรรณภมิ สนามบินดอนเมืองปริมาณจราจรทางอากาศหนาแน่นอนมาก ขณะที่สนามบินภูเก็ตเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมามีปริมาณจราจรเส้นทางบินระหว่างประเทศมากกว่าสนามบินดอนเมือง ประกอบกับสนามบินภูเก็ตมีข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ไม่สามารถขยายสนามบินได้เนื่องจากพื้ยที่ติดทะเล ติดเขา ที่ขณะที่ทางวิ่ง (Runway) มีเพียงเส้นเดียว ส่วนหลุมจอด เครื่องบินก็จำกัด หากเครื่องบินจอดเต็มพื้นที่แล้ว ก็ต้องบินวน เพื่อรอให้เครื่องบินในสนามบินบินขึ้นไปก่อน ซึ่งปัจจุบันสนามบินภูเก็ตมีหลุมจอดเครื่องบินอยู่ที่ 31 หลุมจอด
ล่าสุดได้มีเอกชนเจ้าของที่ดิน ที่มีพื้นที่ติดกับสนามบินภูเก็ตทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสนามบินภูเก็ตเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ได้มาหารือ กับ พทพ. พร้อมเสนอตัวที่จะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์ซ่อมอากาศยาน (Maintenance, Repair, and Operations : MRO) และจะขอทำทางเชื่อมเข้าสู่พื้นที่สนามบินภูเก็ตด้วย โดยมีข้อเสนอว่า พร้อมจะลงทุนก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร (Terminal) พร้อมหลุมจอดเครื่องบินอีกประมาณ 50 หลุมจอด และแสดงความประสงค์ที่จะเข้าเจรจากับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)(ทอท.หรือ AOT) เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกัน ซึ่งรูปแบบอาจจะเป็นการให้ ทอท.เช่าพื้นท หรือรูปแบบ PPP (เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ) ก็ได้
อย่างไรก็ตามทาง เอกชนเจ้าของพื้นที่ 500 กว่าไร่ที่สนใจจะลงทุนเชื่อมต่อสนามบินภูเก็ต ต้องการความชัดเจนของรัฐบาล และ กระทรวงคมนาคมว่าเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ หากรัฐบาลเห็นด้วยทางเอกชนก็แสดงความพร้อมว่า จะลงทุนได้ทันทีภายใน 2 ปนี้ี ซึ่งเรื่องนี้ตนได้รายงานต่อ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม ให้รับทราบถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาสนามบินแออัดแล้ว