
น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ได้ประเมินสถานการณ์สู้รบและความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ที่กลายเป็นปัจจัยเสี่ยงหลัก กระทบภาคท่องเที่ยวไทยปลายปี 2568 ช่วงไฮซีซั่น โดยเฉพาะในมิติของความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว ซ้ำเติมด้วยผลกระทบน้ำท่วมใต้ปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา โดยพบว่าการสู้รบตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา แม้จะจำกัดอยู่ในบางจังหวัดและบางอำเภอ แต่การรายงานข่าวต่อเนื่องในสื่อทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการออกคำแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory) ส่งผลเชิงจิตวิทยาต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในวงกว้าง
โดยททท.ประเมินว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนส่งผลให้เดือนธ.ค. 2568 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีแนวโน้มลดลง 7–11% หรือคิดเป็นนักท่องเที่ยวประมาณ 3.2 ล้านคน ซึ่งหากความตึงเครียดยืดเยื้อ อาจกระทบตัวเลขมากกว่าที่คาดไว้ จากการติดตามภาคสนามพบว่า พื้นที่ท่องเที่ยวตามแนวชายแดน โดยเฉพาะจังหวัดตราด มีอัตราการยกเลิกห้องพักเฉลี่ย 42% ขณะที่บางเกาะมีการยกเลิกการจองมากกว่า 30–40% โดยเกาะช้างมีการยกเลิกเฉลี่ยกว่า 35% เกาะกูด 30% เกาะหมาก 44% ขณะที่ที่พักในตัวเมืองตราดมียอดยกเลิกสูง 60%
ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ติดชายแดน บางแหล่งท่องเที่ยวไม่สามารถเปิดให้เข้าชมได้ตามปกติ ขณะที่กิจกรรมและอีเวนต์บางส่วน ต้องเลื่อนหรือปรับรูปแบบ ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในจังหวัดที่ติดแนวชายแดนไทย–กัมพูชา พบว่าโรงแรมและที่พักในหลายพื้นที่ มีอัตราการเข้าพักและการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลดลง แม้บางพื้นที่จะมีกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ ทหาร และสื่อมวลชน เข้ามาพัก แต่กลุ่มดังกล่าวเป็นการเข้าพักตามภารกิจและมีการใช้จ่ายจำกัด ไม่สามารถทดแทนรายได้จากนักท่องเที่ยวได้
ขณะเดียวกัน เหตุอุทกภัยในภาคใต้ได้ซ้ำเติมภาพรวมการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งอำเภอหาดใหญ่ได้รับผลกระทบรุนแรง ททท.ประเมินว่า การฟื้นฟูพื้นที่เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 1 เดือน ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวระยะสั้น
“ตลาดที่ได้รับผลกระทบชัดเจนจากอุทกภัยภาคใต้คือ ตลาดมาเลเซีย ซึ่งเป็นตลาดหลักของพื้นที่ คาดว่าเดือนธ.ค.2568 นักท่องเที่ยวมาเลเซียจะลดลง 55% เหลือประมาณ 205,000 คน สร้างรายได้ 4,444 ล้านบาท ลดลง 54% ขณะที่ตลาดจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตลาดสำคัญ คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลงราว 34%”
“โจทย์สำคัญขณะนี้คือการเร่งฟื้นความเชื่อมั่น ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงจากสถานการณ์ชายแดน ททท.เร่งสื่อสารเชิงพื้นที่ เพื่อแยกแยะพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบออกจากพื้นที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศ ยืนยันว่าเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา ยังคงสามารถเดินทางและจัดกิจกรรมได้ตามปกติ”
ส่วนภาพรวมทั้งปี 2568 ททท.คาดว่า ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติ 32.8 ล้านคน ลดลง 8% สร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ 1.52 ล้านล้านบาท ลดลง 5 % ขณะที่ตลาดในประเทศจะมีผู้เยี่ยมเยือน 206.6 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 3 % สร้างรายได้ราว 1.16 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวทั้งระบบอยู่ที่ประมาณ 2.68 ล้านล้านบาท ลดลงประมาณ 2–3% จากปีก่อนหน้า