"วรภัค”จ่อรับมือวิกฤตการคลังระส่ำหนี้สาธารณะพุ่ง-รายได้ไม่พอจ่าย

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

"วรภัค”จ่อรับมือวิกฤตการคลังระส่ำหนี้สาธารณะพุ่ง-รายได้ไม่พอจ่าย

Date Time: 25 ก.ย. 2568 09:30 น.

Summary

“วรภัค” เผยไทยเผชิญโจทย์การคลัง-เศรษฐกิจที่ซับซ้อน ฐานะการคลังเสี่ยงสูง รัฐบาลชุดใหม่ไม่ได้เริ่มต้นจากกระดาษขาว มีแต่แรงกดดันเชิงโครงสร้างทางการคลัง ทั้งนี้ “หนี้-รายได้-รายจ่าย และโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคม” ต้องปฏิรูปภาษีทั้งระบบ

Latest

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 3 เมษายน 2569 อัปเดตราคาน้ำมันทุกชนิดล่าสุดลิตรละกี่บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวรภัค ธันยาวงษ์ รมช.คลัง ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์การคลัง และเศรษฐกิจ ที่ซับซ้อนกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา หลังวิกฤตโควิด ทำให้โครงสร้างหนี้-รายได้ และรายจ่ายภาครัฐเปราะบางอย่างยิ่ง โดยภาพรวมความเสี่ยงทางการคลังถูกประเมินสูงถึง 7.6 จาก 10 ซึ่งเพิ่มจากก่อนโควิดที่อยู่ระดับเพียง 4.3 ซึ่งหมายถึงว่าพื้นที่หายใจของรัฐบาลใหม่มีอยู่อย่างจำกัด

ทั้งนี้ เนื่องจากมีแรงกดดันหลายด้าน ได้แก่ 1.ปัญหาหนี้สาธารณะ ซึ่งเป็นแรงกดดันที่เข้าใกล้เพดาน 70% เต็มที โดยหนี้สาธารณะจะขึ้นแตะ 65% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ภายในสิ้นปีนี้ และภาระดอกเบี้ยอาจสูงเกิน 10% ของรายได้รัฐบาล แม้ตอนนี้จะยังไม่ทะลุเพดาน 70% แต่กำลังใกล้กันชนสุดท้าย ที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประเมินไว้ถึง 77–87% นอกจากนี้ ยังมีสัญญาณที่ไม่ค่อยดี หากเศรษฐกิจชะลอตัวพร้อมกับดอกเบี้ยโลกสูงต่อเนื่อง อัตราส่วนหนี้อาจทะลุกรอบเร็วกว่าคาด และจะถูกตลาดการเงินลดความเชื่อมั่น

2.ปัญหารายได้ภาครัฐ มาจากโครงสร้างจัดเก็บที่อ่อนแรง โดยสัดส่วนรายได้รัฐบาลต่อจีดีพี ต่ำกว่ามาตรฐานโลก 3% เนื่องจากไทยมีแรงงานนอกระบบเกิน 50% ทำให้เก็บภาษีได้น้อย นอกจากนี้ยังไม่มีการเก็บภาษีการลงทุน หรือภาษีแคปิตอลเกน ซึ่งจะยังไม่มีนโยบายจัดเก็บภาษีเรื่องนี้ในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน การเก็บภาษีทรัพย์สินและมรดก ทำได้น้อยเช่นเดียวกับภาษีมูลค่าเพิ่มที่ยังมีอัตราต่ำ 7% น้อยกว่าเพื่อนบ้านที่ 12-15% ตลอดจนภาษีสิ่งแวดล้อมที่ยังไม่เกิดขึ้น ฯลฯ 3.ปัญหารายจ่ายภาครัฐ เป็นผลจากภาระรายจ่ายที่ขยายตัวต่อเนื่อง ทั้งค่าใช้จ่ายบุคลากรและบำนาญ ค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลข้าราชการ โดยเฉพาะผู้ป่วยนอกที่เพิ่มไม่หยุด ขณะที่กองทุนชราภาพมีความเสี่ยงจะไม่ยั่งยืน และแรงงานนอกระบบไร้หลักประกันหลังเกษียณ ยิ่งไปกว่านั้น หากมีการบิดเบือนเพื่อเพิ่มรายจ่ายลงทุนเทียมจะทำให้ฐานะการคลังเสื่อมเร็ว

4. โครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคมของประเทศ ซึ่งเป็นกับดักเชิงโครงสร้าง ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้รายได้ภาษีหดตัวสวนทางกับรายจ่ายบำนาญและสุขภาพ ประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนสูง 90% ต่อจีดีพี ส่งผลให้เกิดการบริโภคที่ชะลอ และกดดันให้การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มน้อยลง ขณะที่การจัดเก็บรายได้มีปัญหาเพราะแรงงานอยู่นอกระบบครึ่งประเทศ ทำให้มีฐานภาษีแคบ ที่สำคัญยังเกิดความเหลื่อมล้ำสูง เห็นได้จากประชากรเพียง 1% ถือครองรายได้ที่ 23% ของประเทศ ทำให้การปฏิรูปภาษีเผชิญแรงต้าน

นอกจากนี้ยังต้องเผชิญปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และพลังงาน และราคาน้ำมันผันผวน บีบรัดการคลังจากการอุดหนุน ตลอดจน ไทยยังติดอันดับ 9 ของโลก ด้านดัชนีความเสี่ยงจากการเผชิญการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้ต้องกันงบเพื่อบรรเทาและฟื้นฟูมากขึ้น เช่น หากราคาน้ำมันโลกพุ่งแพง หรือเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ จะกระแทกงบประมาณทันที สำหรับทางออกของประเทศไทย ต้องหาทางปรับสมดุลการคลังแบบครบวงจร ทั้งด้านรายจ่ายต้องจำกัดการโตของเงินเดือน บำนาญ สวัสดิการ และปฏิรูปกองทุนเกษียณฯลฯ

โดยบทสรุป พื้นฐานของรัฐบาลใหม่ ไม่ได้เริ่มต้นจากกระดาษขาว แต่เริ่มจากพื้นฐานที่เต็มไปด้วยแรงกดดันเชิงโครงสร้างทางการคลังในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นหนี้, รายได้, รายจ่าย และโครงสร้างเศรษฐกิจ-สังคมที่กำลังบีบให้พื้นที่ทางการคลังของไทยแคบลงเรื่อย ๆ หากไม่ปฏิรูปเชิงรุก ความเสี่ยงจะทวีคูณท่ามกลางเงื่อนไขเชิงลบที่สามารถถูกจุดติดได้จากทั้งในและนอกประเทศ โจทย์ใหญ่ของรัฐบาลใหม่ จึงไม่ใช่แค่การเลือกใช้นโยบาย แต่คือการเลือกจะเผชิญความจริง เพราะหากเพิกเฉยต่อพื้นฐานของปัญหาในวันนี้จะกลายเป็นกับดักที่กัดกร่อนเสถียรภาพการคลังและเศรษฐกิจไทยในระยะยาว


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ