
นางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันแม่ ระหว่างวันที่ 28 ก.ค.- 2 ส.ค.68 จาก 1,422 ตัวอย่างทั่วประเทศ ว่า ช่วงวันแม่ปีนี้คาดจะมีมูลค่าการใช้จ่าย 11,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากปี 67 ที่มีมูลค่า 10,856 ล้านบาทค่าใช้จ่ายเฉลี่ยส่วนใหญ่ คือ การพาแม่ไปต่างประเทศ 15,400 บาท, พาแม่ไปเที่ยวต่างจังหวัด (ค้างคืน) เฉลี่ย 12,561 บาท, พาแม่ไปต่างจังหวัด (ไม่ค้างคืน) 3,018 บาท พาแม่ไปทานข้าว 2,230 บาท พาแม่ไปทำบุญ 1,535 บาท พาแม่ไปทำกิจกรรมอื่นนอกบ้าน 1,409 บาท เป็นต้น
“แม้มูลค่าใช้จ่ายโดยรวมเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่คึกคักมากนัก โดยงบประมาณที่ใช้ช่วงวันแม่ ส่วนใหญ่ 58.7% ตอบไม่เปลี่ยนแปลง อีก 23.1% เพิ่มขึ้น และ 8.2% บอกลดลง เพราะต้องการประหยัด เก็บเงินไว้ใช้ ค่าครองชีพสูงขึ้น เศรษฐกิจยังไม่ดี รายได้ลดเป็นหนี้มากขึ้น ราคาสินค้าและบริการสูงขึ้น และยังไม่พร้อมใช้เงิน”
นอกจากนี้ เมื่อสอบถามเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน พบว่า ส่วนใหญ่57.9% บอกเหมือนเดิม อีก 22.7% บอกแย่ลงถึงแย่ลงมาก และอีก 19.4% บอกดีขึ้นถึงดีขึ้นมาก โดย 59.9% บอกมีเงินเพียงพอแต่ไม่เหลือเก็บ อีก 14.7% มีเพียงพอและมีเหลือเก็บ และอีก 25.4% ไม่เพียงพอและต้องกู้ยืมเป็นประจำหรือเป็นครั้งคราว นอกจากนี้ 20.6% มีหนี้เพิ่มขึ้นถึงเพิ่มขึ้นมาก อีก 58.5% เท่าเดิม และ 20.9% หนี้ลดลงมาก
“ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลปัญหาเศรษฐกิจในปัจจุบัน เสถียรภาพทางการเมือง และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเรียน ภาระค่าครองชีพ รวมถึงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่มาตรการเที่ยวไทยคนละครึ่ง มีผู้ใช้สิทธิ์ไม่มากนัก และในช่วงวันแม่การใช้สิทธิ์อาจจะไม่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยมองว่าโครงการนี้มีผลต่อการกระตุ้นต่อเศรษฐกิจน้อย”