
นายพูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ โฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยถึงการพิจารณาค่าไฟฟ้างวดใหม่ (พ.ค.-ส.ค.) ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่กำหนดกรอบเป้าหมายหน่วยละ 3.99 บาท ภายใน 45 วัน ว่า กกพ.ได้พิจารณาค่าไฟงวดใหม่อยู่ที่ 3.98 บาทต่อหน่วย จากเป้าหมายรัฐบาล 3.99 บาทต่อหน่วย เพื่อช่วยลดภาระประชาชน การลดลงดังกล่าวมาจากการนำเงินเรียกคืนผลประโยชน์ส่วนเกิน (คลอว์แบค) หรือเงินที่ประมาณการลงทุน แต่ลงทุนจริงลดลงกว่าคาดการณ์ วงเงิน 12,200 ล้านบาท คิดเป็น 17 สตางค์ (สต.) ต่อหน่วย เมื่อหักลบจากค่าไฟงวดใหม่เดิมที่กกพ.พิจารณาไว้ที่ 4.15 บาทต่อหน่วย ซึ่งสะท้อนต้นทุนแท้จริง
"ค่าไฟ 3.98 บาทต่อหน่วย ช่วยให้ประชาชนได้ประโยชน์ 3 ด้าน คือ 1. ความมั่นคง เสถียรภาพเศรษฐกิจ 2. ลดค่าครองชีพประชาชน ลดต้นทุนผลิต จากภาวะเศรษฐกิจที่กำลังโดนกำแพงภาษี 3. ไม่กระทบภาระของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ยังมีหนี้สะสม 71,000 ล้านบาท"
ขณะที่การใช้คลอว์แบคในครั้งนี้เพิ่งได้รับการยืนยันถึงวงเงินสะสมที่มีจำนวน 20,000 ล้านบาท จากงวด ก.ย.-ธ.ค. 2567 หลัง กกพ. ประกาศค่าไฟ 4.15 บาทต่อหน่วยของงวดเดือน พ.ค.-ส.ค. ไปแล้ว เมื่อมติ ครม. ให้ทบทวนใหม่ จึงนำมาใช้กับค่าไฟงวดใหม่นี้ โดยความจำเป็นในการใช้คลอว์แบคจะใช้เฉพาะช่วงวิกฤต อาทิ โควิด-19 ที่ใช้ดำเนินการ 20,000 ล้านบาท และครั้งนี้ใช้ 12,200 ล้านบาท ทำให้เหลือเงิน 7,800 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มค่าไฟงวดปลายปีนี้ (ก.ย.-ธ.ค.) ต้องรอดูต้นทุนเชื้อเพลิงและภาวะเศรษฐกิจอีกครั้ง