เปิดแผนลับไทยเจรจาสหรัฐฯ ชูข้อเสนอลดยอดเกินดุลครึ่งหนึ่งใน 5 ปี

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เปิดแผนลับไทยเจรจาสหรัฐฯ ชูข้อเสนอลดยอดเกินดุลครึ่งหนึ่งใน 5 ปี

Date Time: 11 เม.ย. 2568 08:42 น.

Summary

“พิชัย” ปรับแผนเจรจาหลัง “ทรัมป์” เลื่อนใช้มาตรการภาษีโต้ตอบ โดยกลไกการเจรจาฝ่ายไทยแบ่งเป็น 5 ระดับ สูงสุดคือนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ วางกรอบเจรจา 5 ประเด็น ไทยเสนอลดยอดเกินดุลสหรัฐฯลงครึ่งหนึ่งภายใน 5 ปี

Latest

10 ล้านแรงงานไทยเสี่ยงตกงาน  AI–EV เร่งดิสรัปชันจี้สร้างเศรษฐกิจชุมชน

“พิชัย” ปรับแผนเจรจาหลัง “ทรัมป์” เลื่อนใช้มาตรการภาษีโต้ตอบ โดยกลไกการเจรจาฝ่ายไทยแบ่งเป็น 5 ระดับ สูงสุดคือนายกรัฐมนตรีกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ วางกรอบเจรจา 5 ประเด็น ไทยเสนอลดยอดเกินดุลสหรัฐฯลงครึ่งหนึ่งภายใน 5 ปี จากปัจจุบันไทยเกินดุลสหรัฐฯ 300% คิดเป็นมูลค่า 1.5 ล้านล้านบาท

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยถึงการเลื่อนกำหนดการบังคับใช้มาตรการภาษีโต้ตอบของสหรัฐฯเป็นเวลา 90 วัน เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้ได้อยู่แล้ว เนื่องจากหลายประเทศต้องใช้เวลาเจรจา แต่การเลื่อนกำหนดบังคับใช้ดังกล่าว มีทั้งกลุ่มประเทศที่ได้รับการเลื่อนการบังคับใช้ และไม่ได้เลื่อน ทำให้ไทยต้องปรับแผนการเจรจา เพื่อให้สอดคล้องกับสัดส่วนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทุกกลุ่ม

“ยอมรับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลก และหากว่าจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจพิจารณาขยายเพดานก่อหนี้สาธารณะจากปัจจุบันอยู่ที่ 70% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่หากคลังจะตัดสินใจขยายเพดานหนี้สาธารณะ จะต้องมีเหตุผลนำไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และต้องทบทวนมาตรการกระตุ้นการบริโภคตามแผนเดิม เนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนไป ขณะที่ในวันที่ 16 เม.ย.นี้ ตลาดทุนจะยกเลิกมาตรการเพื่อรองรับความผันผวน ซึ่งตลาดทุนได้บังคับใช้เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกลไกและกรอบแนวทางการหารือกับสหรัฐฯ เพื่อปรับลดการจัดเก็บภาษีนำเข้า ซึ่งสหรัฐฯประกาศจัดเก็บจากไทยในอัตรา 36% แต่เลื่อนออกไป 90% ที่รัฐบาลไทยวางไว้นั้น จะเป็นการปรับสมดุลทางการค้า และสร้างสภาพแวดล้อมการค้าแบบทวิภาคีที่มั่นคง โดยวางการเจรจาเป็น 4 ระดับ ระดับ 4 เป็นคณะทำงานภาครัฐและภาคเอกชน ทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลและผลักดันการเจรจากับสหรัฐฯ ระดับที่ 3 เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ติดตามสถานการณ์และเป็นหน่วยล่วงหน้าหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกับสหรัฐฯ

ระดับ 2 เป็น รมว.พาณิชย์ และ รมว.ต่างประเทศ จะเจรจากับสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ภายใต้ 5 แนวทาง และระดับที่ 1 หรือระดับสูงสุด คือ นายกรัฐมนตรีหรือผู้แทนที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ที่จะเจรจากับประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในภาพใหญ่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุนในระดับมหภาค เพื่อ MAGA (Make America Great Again) โดยหาทางให้ไทยสนับสนุนสหรัฐฯ แข็งแกร่ง ปลอดภัยและเจริญรุ่งเรือง

ขณะที่กรอบของการเจรจาไทยจะนำเสนอแนวทางลดการเกินดุลลงครึ่งหนึ่งภายใน 5 ปี โดยมูลค่าการเกินดุลสหรัฐฯของไทยในปี 2567 อยู่ที่ 300% ของมูลค่าการนำเข้าจากสหรัฐฯ ภายใต้กรอบ 5 ข้อ คือ 1.สร้างความร่วมมือไทย-สหรัฐฯ เพื่อการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจอาหารแปรรูป โดยสหรัฐฯ มีสินค้าเกษตรอีกมากที่ไทยสามารถนำเข้าเพื่อนำมาแปรรูปเพื่อส่งออกได้ ซึ่งรัฐเกษตรเป็นฐานเสียงสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์ 2.เพิ่มการนำเข้าสินค้าและบริการ เช่น พลังงาน น้ำมัน ก๊าซ LNG ก๊าซอีเทน เครื่องบิน ส่วนประกอบและอุปกรณ์ บริการ อาวุธยุทโธปกรณ์ ข้าวโพด ถั่วเหลือง

3.เปิดตลาด ลดภาษี ลดอุปสรรคทางการค้า โดยจะลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ 11,414 รายการ จากที่เก็บอยู่ 14% รวมทั้ง ผ่อนปรนโควตาและข้อจำกัดอื่น รวมทั้งลดเงื่อนไขการค้าที่เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้าปัจจัยการผลิตสินค้าเกษตร เช่น เชอร์รี แอปเปิ้ล ข้าวสาลี ข้าวโพด กาก ดีดีจีเอส และผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ 4.การบังคับใช้กฎหมายป้องกันการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า เช่น เพิ่มมาตรการ ร่วมกับภาคเอกชนเพื่อลดการสวมรอยของสินค้าจากประเทศที่ 3 ไปสหรัฐฯ เพื่อลดความเสี่ยงให้กับสินค้าไทยแท้ 5.ส่งเสริมให้ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจไทยลงทุนในสหรัฐฯมากขึ้น โดยปัจจุบันที่มีกว่า 70 แห่งในกว่า 20 รัฐ สร้างงานกว่า 16,000 อัตรา มากกว่า 16,000 ล้านเหรียญ ขณะที่จะลงทุนในสหรัฐฯเพิ่มในอีก 4 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะภาคพลังงาน อาทิ ก๊าซ LNG ในรัฐอลาสกา.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ