
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถาบันการเฉพาะกิจของรัฐทยอยปรับดอกเบี้ยเงินกู้ลงมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป โดยธนาคารออมสิน ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (MLR) เหลือ 6.900% ต่อปี ดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชี (MOR) เหลือ 6.745% ต่อปี ขณะที่ดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายย่อย (MRR) อยู่ที่อัตรา 6.595% ต่อปี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ลดอัตราดอกเบี้ย MRR ลดลง 0.10 % เหลือ 6.875 %ลดดอกเบี้ย MRR จาก 6.975 % ลดลงเหลือ 6.725 % ลดอัตราดอกเบี้ย MOR จาก 7.125 %ต่อปี เหลือ 6.875% ต่อปี
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ปรับลดดอกเบี้ย MLR ลงเหลือ 6.250% ต่อปี ดอกเบี้ย MOR ลดลงเหลือ 6.400% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยMRR อยู่ที่ 6.545% ต่อปี ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ปรับลดอัตรากำไรสินเชื่อ SPR จากเดิม 8.25% ต่อปี เป็น 8.00% ต่อปี ปรับลดอัตรากำไร SPRL ลดลงเหลือ 7.90% ต่อปี
ขณะที่อัตรากำไรสินเชื่อลูกค้ารายย่อยชั้นดี (SPRR) อยู่ที่ 8.25% ต่อปี ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลงสูงสุด 0.25% ต่อปี ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) หรือ เอ็กซิมแบงก์ ปรับลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate ลง 0.25% ต่อปี เหลือ 6.35% ต่อปี
ด้านธนาคารพาณิชย์ ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ทุกประเภทตั้งแต่ 0.05-0.25% แล้ว ทั้งสิ้น 6 ธนาคาร คือ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารกรุงเทพ และล่าสุดธนาคารกรุงไทย โดยได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ MOR ลง 0.250% ต่อปี MLR และ MRR ลง 0.125% ต่อปี โดย น.ส.กาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์์ว่า การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารพาณิชย์ในรอบนี้ จะทำให้ภาระดอกเบี้ยของลูกหนี้รายย่อยและภาคธุรกิจปรับลดลงเกือบ 1,300 ล้านบาท โดยคำนวณเฉพาะช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2567