
วันนี้ 24 ก.ค. 2567 ดีเดย์แถลงความชัดเจนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ครั้งที่ 1 ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง โดยได้เคาะวันลงทะเบียนรับสิทธิสำหรับประชาชนทั่วไปที่มีสมาร์ทโฟน ในวันที่ 1 ส.ค - 15 ก.ย. 2567 ผ่านแอปฯ "ทางรัฐ" ส่วนประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน จะเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. - 15 ต.ค. 2567 ซึ่งจะประกาศรายละเอียดเงื่อนไขและช่องทางการลงทะเบียนให้ทราบอีกครั้งในการแถลงครั้งต่อไป ทั้งนี้การยืนยันตัวตนจะมีความยุ่งยาก รวมถึงมีข้อจำกัดมากกว่าประชาชนทั่วไป
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้อธิบายถึงความจำเป็นของโครงการดิจิทัลวอลเล็ตว่า ปัจจุบันมูลค่าเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 19 ล้านล้านบาท ในขณะที่หนี้ครัวเรือนกินสัดส่วนมากถึง 90% ต่อ GDP หรือประมาณ 12 ล้านล้านบาท สาเหตุมาจากการมีรายจ่ายมากกว่ารายได้ ดังนั้นต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น
ประกอบเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับปัญหาเชิงโครงสร้างที่กดทับศักยภาพการแข่งขัน ของประเทศในเวทีโลก สะท้อนจากศักยภาพภาคการส่งออก และภาคการผลิตที่ถดถอยลง จากปัญหาดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายแสดงความกังวลว่าในระยะข้างหน้าเศรษฐกิจไทยจะโตไม่ถึง 2% ในขณะเดียวกันก็กังวลเกี่ยวกับการก่อหนี้ของรัฐบาล
“วันนี้ถ้าถามว่า ท่ามกลางภาระหนี้สาธารณะ 60% ผมจะเลือกช่วยใครก่อนระหว่างรัฐบาล ประชาชน และภาคธุรกิจ ถ้าช่วยรัฐบาลไม่ให้มีหนี้เพิ่มขึ้นก็ต้องอยู่เฉยๆ แต่สุดถ้าสองเสาหลักอย่างภาคประชาชน และภาคธุรกิจมีปัญหา สุดท้ายรัฐบาลก็อยู่ไม่ได้ เพราะสองอย่างนี้เป็นพื้นฐานที่แท้จริงของระบบเศรษฐกิจ โดยมีรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุน ถามว่ารัฐบาลกลัวไหม กลัว แต่กลัวผลกระทบที่เกิดขึ้นกับร้านค้าและประชาชนมากกว่า”
ปัจจุบันนี้ไทยเดินตามกรอบวินัยการเงินการคลัง ภายใต้ข้อสมมุติฐานไม่อยากเห็นหนี้สาธารณะเกิน 70% ต่อ GDP เพราะกลัวว่าจะส่งต่อภาระหนี้ให้คนรุ่นต่อไป แต่ถ้าเศรษฐกิจมีการเติบโต รัฐบาลก็จะมีรายได้ในอนาคตมากขึ้น สามารถรับผิดชอบภาระหนี้ที่เกิดขึ้นได้ ในทางตรงกันข้ามถ้าเศรษฐกิจไม่โต ไม่ว่าหนี้สาธารณะจะมีสัดส่วนเท่าไร ย่อมเจอปัญหากันทั่วหน้า
หลังจากที่ผ่านมารัฐบาลได้มีการพิจารณารายละเอียดโครงการฯ อย่างรอบคอบ สอดคล้องตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ข้อกฎหมายและระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำความเห็นหน่วยงานต่างๆ มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบและรัดกุมนั้น โครงการฯ มีความพร้อมที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว เมื่อเริ่มดำเนินโครงการฯ แล้วจะก่อให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจจำนวน 4 ลูก ได้แก่
สำหรับประเด็นความกังวลว่าจะเป็นการเอื้อผลประโยชน์ให้กับร้านค้ารายใหญ่ นายพิชัย ชี้แจงว่าระบบอุปสงค์ อุปทานที่เกิดขึ้นเป็นไปแบบสากล โดยเงินจากประชาชนที่ใช้จ่ายจากร้านค้ารายเล็กไปสู่ร้านค้ารายใหญ่ กระจายไปสู่โรงงานงาน ต่อยอดไปสู่การจ้างงาน ซึ่งจะขาดภาคส่วนใดไปไม่ได้
“วันนี้ ถ้าไม่ทำอะไรเลย ร้านค้าขนาดกลาง-ใหญ่ จะเป็นเป้าหมายต่อไปที่จะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ”
นายพิชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เงินดิจิทัลมีค่ามากกว่าที่เห็น โดยเชื่อว่าถ้าร้านค้าขนาดเล็กถ้าไปซื้อของจากร้านค้าขนาดใหญ่จะได้ส่วนลดเยอะ เนื่องจากตอนนี้แม้ยังไม่ได้กำหนดเงื่อนไข ก็มีร้านค้าขนาดใหญ่เสนอตัวอาสาที่จะให้ส่วนลดประมาณ 15% สำหรับผู้ซื้อรายเล็ก ประเด็นสำคัญอีกเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจคือ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหน ประเทศอะไร เมื่ออัดฉีดเงินเข้าไปในระบบย่อมมีความผิดพลาด หรือการทุจริตเกิดขึ้นบ้าง ดังนั้นระบบจึงต้องมีความโปร่งใส ตรวจสอบที่มาที่ไปของธุรกรรมได้.
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney