
นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า ภายหลังจากกรมผลักดันการจดทะเบียนสิทธิบัตรแบบมุ่งเป้า เพื่อเร่งรัดการตรวจสอบคำขอรับสิทธิบัตรการประดิษฐ์ หรืออนุสิทธิบัตร ด้านการแพทย์และสาธารณสุข รวมถึงนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตให้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้เจ้าของสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้เร็วขึ้นนั้น จากการสำรวจพบว่าผู้ที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วกว่า 55% ได้ทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิและอยู่ระหว่างผลิตผลิตภัณฑ์ หรือกรรมวิธีตามสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตร และมีการนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์แล้ว เช่น ขายผ่านสื่อออนไลน์ ตัวแทนขาย ร้านค้าปลีก/ค้าส่ง รวมถึงทดลองใช้จริงในประเทศที่ยื่นคำขอรับสิทธิบัตร ได้แก่ ลาว อินโดนีเซีย มาเลเซีย กัมพูชา และสิงคโปร์
“ผลประกอบการจากการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ รวมกว่า 179 ล้านบาทต่อปี การเร่งรัดจดสิทธิบัตรมุ่งเป้า ช่วยตอบโจทย์ผู้ยื่นคำขอ ให้นำสิทธิบัตร/อนุสิทธิบัตรมาใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มมูลค่า และยกระดับความน่าเชื่อถือให้ผลงาน ดึงดูดการลงทุนหรือระดมทุนจัดตั้งบริษัท เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันกับสินค้าจากต่างประเทศ”.
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่