อินเทอร์เน็ตไทย คุณภาพแย่  ราคาแพงเกินเบอร์ เรื่องจริง หรืออุปทานหมู่ ในวันที่คนไทย 88% มีเน็ตใช้

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

อินเทอร์เน็ตไทย คุณภาพแย่ ราคาแพงเกินเบอร์ เรื่องจริง หรืออุปทานหมู่ ในวันที่คนไทย 88% มีเน็ตใช้

Date Time: 10 พ.ค. 2567 09:30 น.

Video

ปี 2026 ทองคำมาวิน? หุ้นไทยปีนี้ยากแล้ว ปีหน้ายากกว่า?| Thairath Money Night Stand EP.30

Summary

หลังดีลควบรวม TRUE-DTAC ค่ายผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือยักษ์ใหญ่ สำเร็จไปเมื่อปี 2566 กลายเป็นข้อถกเถียงครั้งใหญ่ของสังคมถึงคุณภาพอินเทอร์เน็ตไทยว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป กระทบผู้บริโภคมากแค่ไหน Krungthai COMPASS เผย อินเทอร์เน็ตไทยเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก อันดับ 2 ในอาเซียน แต่ค่าบริการแพง ความปลอดภัยต่ำ

Latest


เมื่อพูดถึง “อินเทอร์เน็ตไทย” หลายคนคงจะมีความคิดเห็นแตกต่างกันไป หลายคนมองว่าคุณภาพอินเทอร์เน็ตไทยนั้นไม่คุ้มกับค่าบริการ ในขณะที่มีคนจำนวนไม่น้อย มองว่าอินเทอร์เน็ตไทยมีคุณภาพ ดีกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วเสียอีก แถมราคาก็ถูกกว่า ในขณะที่ปัจจุบันคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตง่ายขึ้น โดยในปี 2567 ไทยมีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตมากถึง 63.2 ล้านคน หรือคิดเป็น 88% ของประชากรทั้งประเทศ 


แต่หลังจากเกิดการควบรวมผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ สองค่ายใหญ่ ทรู-ดีแทค เป็นบริษัทใหม่ในชื่อ ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 1 มี.ค. 2566


เกิดเป็นข้อถกเถียงครั้งใหญ่ในสังคมว่า ดีลนี้จะเป็นการผูกขาดอินเทอร์เน็ตไทย ส่งผลให้ค่าบริการปรับขึ้นหรือไม่ ซึ่งก็มีหลายคนตั้งข้อสังเกตว่านับตั้งแต่การควบรวม ค่าบริการเน็ตมือถือของแต่ละค่ายปรับขึ้น มาอยู่ในราคาที่ใกล้เคียงกัน จนแทบจะไม่มีการแข่งขันด้านราคา อีกทั้งคุณภาพความเร็วของอินเทอร์เน็ตยังลดลงในบางพื้นที่ ซึ่งทรู ก็ได้ออกมาชี้แจง ตอบข้อสงสัยในประเด็นดังกล่าว 


ท่ามกลางประเด็นความขัดแย้ง ในความเป็นความจริงแล้ว ไทยถูกจัดให้เป็นประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอยู่ในเกณฑ์ดี ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพของอินเทอร์เน็ตที่ดีตามไปด้วย


บทวิเคราะห์ Digital Profile ของคนไทย 2024 โดย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า จากผลการจัดอันดับดัชนีคุณภาพชีวิตดิจิทัล (Digital Quality of Life Index : DQL Index) โดย Surfshark องค์กรด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ที่สำรวจและเก็บข้อมูลด้านดิจิทัล พบว่า ไทยได้รับการจัดอันดับคุณภาพชีวิตด้านดิจิทัลอยู่ในอันดับที่ 51 จาก 121 ประเทศทั่วโลก ปรับดีขึ้น 12 อันดับ จากอันดับ 63 ในปี 2563 และเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน พบว่าไทยมีดัชนีคุณภาพชีวิตด้านดิจิทัล อันดับที่ 3  รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย ตามลำดับ


โดยปัจจัยที่ทำให้ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลอยู่ในเกณฑ์ “ดี” จนกลายเป็นจุดแข็ง ได้แก่ 1.คุณภาพอินเทอร์เน็ต (Internet Quality) 2.โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) และ 3.การใช้เทคโนโลยีมาปรับเข้ากับการทำงานของรัฐบาล (e-Government) ซึ่งแต่ละมิติมีรายละเอียดดังนี้


1.เน็ตไทยเร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลก 


ผลการสำรวจความเร็ว Internet ของไทยโดย Surfshark พบว่าการเชื่อมต่อ Internet ผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Internet) ของไทยอยู่ในอันดับที่ 41 ของโลก เร็วกว่าค่าเฉลี่ยโลกประมาณ 6% โดยมีความเร็วเฉลี่ย 79.2 Mbps สูงกว่าความเร็วเฉลี่ยทั่วโลกที่ 74.8 Mbps ส่วนความเร็วของเน็ตบ้าน (Fixed Internet) มีความเร็วเป็นอันดับ 8 ของโลก และอันดับ 2 ของอาเซียน โดยมีความเร็วถึง 254.6 Mbps สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 107.8 Mbps อยู่ 136%


นอกจากนี้ Internet ไทยมีความเสถียรที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอีกด้วย โดยอินเทอร์เน็ตโทรศัพท์มือถือ มีเสถียรภาพอยู่ในอันดับ 16 ของโลก ใกล้เคียงกับ อินเทอร์เน็ตบ้านที่อยู่ในอันดับ 17 ของโลก เมื่อประเมินความเสถียรของ โดยวัดจากการเปลี่ยนแปลงของความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลเทียบกับเดือนก่อนหน้า


2.เน็ตไทยเข้าถึงง่าย ครอบคลุมพื้นที่


จากการจัดอันดับโดย Surfshark พบว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของไทยปรับดีขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 47 ในปี 2566 จากอันดับ 64 ในปี 2563 เนื่องจากคนไทยสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากอินเทอร์เน็ตที่มีเครือข่ายครอบคลุมเชิงพื้นที่มากกว่าในอดีต


โดยส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแรงขับเคลื่อนของภาครัฐผ่านนโยบายพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่มีเป้าหมายขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน และทำให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตง่ายมากขึ้น


3.e-Government ไทย พร้อม อันดับ 3 ของอาเซียน


ในมิติด้านรัฐบาลดิจิทัล (e-Government) ซึ่งประเมินจากการจัดการบริการต่างๆ ของภาครัฐให้กับประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ และความพร้อมในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ พบว่า e-Government ของไทยอยู่ในอันดับที่ 3 ของอาเซียนเป็นรองเพียงสิงคโปร์และมาเลเซียเท่านั้น เนื่องจากไทยเข้าสู่การเป็น e-Government มาได้ระยะหนึ่งแล้ว


โดยมีระบบต่างๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เช่น ระบบ Tax SingleSign On (Tax SSO) ที่เชื่อมโยงข้อมูลด้านภาษีของกรมสรรพากร กรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร หรือระบบ SSO Connect ของสำนักงานประกันสังคม ที่ใช้ตรวจสอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของผู้ประกันตน สะท้อนว่ารัฐบาลไทยมีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริการประเทศ


แม้ประเทศไทยจะมีจุดแข็งคือโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ทำให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นทุกปี ด้วยนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล แต่เมื่อมาพิจารณาในแง่ของค่าบริการและความปลอดภัยแล้ว ยังต้องปรับปรุงให้พร้อมกับการแข่งขันในอนาคต


ไทยเน็ตแรง แต่ค่าบริการแพง ความปลอดภัยต่ำ


เมื่อพิจารณาด้านความสามารถในการชำระค่าบริการเพื่อเข้าถึงอินเทอร์เน็ต ซึ่งประเมินจากค่าบริการ Internet ต่อรายได้เฉลี่ย พบว่า ไทยอยู่อันดับที่ 91 ในปี 2566 ลดลง 40 อันดับ จากอันดับที่ 51 ในปี 2563  

ขณะที่ความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ (ElectronicSecurity) ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 60 ในปี 2566 โดยมีสาเหตุจากกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของไทยที่จัดอยู่ในเกณฑ์ต่ำมากติดต่อกัน 2 ปี สอดคล้องกับผลการสำรวจของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในปี 2566 ซึ่งพบว่า คนไทยถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 14.1% จาก 3.4% ในปีก่อน และมีคนไทยที่เชื่อมั่นต่อนโยบายด้านดิจิทัลเพียง 57% ขณะที่เกือบ 30% มีความกังวลต่อระบบความปลอดภัยของระบบการชำระเงินในการซื้อสินค้า/บริการออนไลน์

ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ Thairath Money ได้ที่ 
https://www.thairath.co.th/money/economics/thailand_econ


ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney

 


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ