ข้าว 10 ปีกินได้ แต่ควรกิน??

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

ข้าว 10 ปีกินได้ แต่ควรกิน??

Date Time: 9 พ.ค. 2567 05:20 น.

Summary

เป็นอันว่า สิ้นสงสัย! ข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่เก็บในโกดังมานานนับ 10 ปี โดยรมยากำจัดแมลงทุกๆ 1-2 เดือน คุณภาพยังดี และยังกินได้

Latest

ไทยปิดดีล EFM 2026 สวยหรู ดึง 10 กองถ่ายต่างชาติเข้าไทยลงทุนทะลัก

เป็นอันว่า สิ้นสงสัย! ข้าวสารในสต๊อกรัฐบาลที่เก็บในโกดังมานานนับ 10 ปี โดยรมยากำจัดแมลงทุกๆ 1-2 เดือน คุณภาพยังดี และยังกินได้

หลังจาก “นายภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ นำผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ โรงสี ผู้ส่งออก ผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) และสื่อมวลชน ตรวจสอบข้าวสารหอมมะลิในสต๊อก 145,590 กระสอบ เกือบ 15,000 ตัน จากโครงการจำนำข้าวเปลือกนาปีปี 56/57 สมัยรัฐบาลนายกฯ “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” ที่โกดังกิตติชัย หลังที่ 2 และพูนผลเทรดดิ้ง หลัง 4 ต.เฉลียง อ.เมืองสุรินทร์ จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 6 พ.ค.67 ซึ่งเป็นข้าวสต๊อกรัฐที่เหลือ 2 โกดังสุดท้าย

โดยเก็บตัวอย่างข้าวของ 2 โกดัง ด้วยการ “ผ่ากองข้าว” นำเอากระสอบข้าว 15 ใบแรก (ตามแนวตั้ง) ออก แล้วฉ่ำข้าวในกระสอบใบที่ 16 จากกองที่ตั้งเรียงกันทั้งหมด 30 ใบ จากนั้นนำมาซาวน้ำ 8-15 ครั้ง ก่อนหุง และกินโชว์สื่อ

“นายภูมิธรรม” บอกว่า ตามกายภาพข้าวจาก 2 โกดัง ยังมีจมูกข้าว เมล็ดสวยงาม ไม่แตก หัก สีสันอาจจะเหลืองมากขึ้น เป็นธรรมชาติของข้าว 10 ปี เมื่อนำมาหุง เมล็ดข้าวเรียงตัวสวยงาม มีกลิ่นหอมเล็กน้อย และนุ่ม กระทรวงพาณิชย์จะนำมาเปิดประมูลสำหรับการบริโภค ภายในเดือน พ.ค.นี้ คาดว่าจะขายไม่ต่ำกว่ากิโลกรัม (กก.) ละ 18-19 บาท หรือรวม 200-300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ผู้ส่งออก โรงสี ที่ร่วมพิสูจน์ข้าว 10 ปีครั้งนี้ อย่างธนสรร ไรซ์, นครหลวงค้าข้าว และโรงสีภาคอีสาน ยืนยันว่า ข้าวเก่า มีตลาดทั้งในและต่างประเทศ เช่น แอฟริกา หรือทำเป็นข้าวสารถุงขายในภาคใต้ แต่ก่อนนำออกขาย ต้องปรับปรุงคุณภาพก่อน โดยขัดสี แยกเมล็ดที่แตก หักออก

อย่างไรก็ตาม แม้ “นายภูมิธรรม” ยืนยันกินได้ แต่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากว่า ควรกินหรือไม่?? เพราะแม้ทางกายภาพ คุณภาพเมล็ดยังดีอยู่ แต่ไม่รู้ว่ามีสารใดปนเปื้อน หรือตกค้างหรือไม่ เช่น เชื้อรา หรือสารที่ใช้รมยาข้าวกำจัดแมลง อย่าง ฟอสฟีน, เมทิลโบรไมด์ ฯลฯ

ข้อมูลจากเว็บไซต์ไบโอไทย www.biothai.net ระบุว่า ฟอสฟีน (ก๊าซไม่มีสี) มีพิษสูง หากหายใจเข้าไป จะคลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง ปวดศีรษะ แน่นหน้าอก หากได้รับแบบเข้มข้นมาก อาจเสียชีวิตได้ ปริมาณตกค้างที่กำหนดในเมล็ดธัญพืช 0.1 มก./กก. และธัญพืชแปรรูป 0.01 มก./กก.

ส่วนเมทิลโบรไมด์ เป็นก๊าซไม่มีสีและกลิ่น อันตรายต่อคนจะเกิดจากการหายใจ ระคายเคืองต่อปอด เป็นพิษต่อระบบประสาท ในการเป็นพิษอย่างรุนแรง ทำให้เป็นอัมพาต ชักและอาจเสียชีวิต

ขณะที่เซอร์เวเยอร์ที่ไปตรวจสอบครั้งนี้ด้วย บอกว่า การดูข้าวด้วยตาเปล่า บอกไม่ได้ว่า ปลอดภัยสำหรับกินหรือไม่ ต้องนำส่งห้องแล็บ เพื่อตรวจสอบสารปนเปื้อน และสารตกค้างต่างๆ

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตอีกว่า เหตุใด “นายภูมิธรรม” ต้องกินข้าวโชว์สื่อก่อนเปิดประมูลข้าว ทั้งๆที่เปิดประมูลได้เลยตามขั้นตอนปกติ นอกจากการพิสูจน์ความจริงว่าข้าวเก็บ 10 ปี ยังกินได้ ยังมีเหตุผลอื่นใดแอบแฝงอีกหรือไม่?? น่าคิด!!


ฟันนี่เอส

คลิกอ่านคอลัมน์ "กระจก 8 หน้า" เพิ่มเติม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ