
กระทรวงการคลัง อัปเดตล่าสุด เกี่ยวกับนโยบายการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท หรือ โครงการดิจิทัลวอลเล็ต ว่า เงื่อนไขการใช้จ่าย ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการส่งเสริมให้มี เม็ดเงินหมุนเวียนในพื้นที่และช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ
ขณะการที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล และในส่วนของร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการนั้น จะเริ่มดำเนินการ ในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือ เดือน มิ.ย. - ก.ย. 2567 อย่างแน่นอน ก่อนเริ่มใช้จ่ายเงินได้จริง ในช่วงไตรมาสที่ 4 ภายใต้เงื่อนไขหลัก 2 ประการ ได้แก่
เจาะในมุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า จริงอยู่ หาก Digital Wallet สามารถดำเนินการได้ทันทีในไตรมาส 4 ตามแผนที่วางไว้ อาจส่งผลให้ยอดขายค้าปลีกปี 2567 โต 4% ขยับขึ้น จากเดิมที่คาดว่าจะโต 3% โดยประเมินจากการใช้จ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคบนฐานธุรกิจค้าปลีกที่น่าจะ เพิ่มไม่ถึง 0.55 บาท
อย่างไรก็ดี ประเด็นที่ท้าทาย นอกจาก มีการคาดการณ์ว่า โครงการเงินดิจิทัล อาจไม่ได้ ทำให้การใช้จ่ายของประชาชนเพิ่มขึ้น หรือเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากนัก แต่เป็นเพียงการนำเงิน Digital wallet ที่ได้จากภาครัฐมาใช้แทนเงินในส่วนของตัวเอง
เนื่องจาก ยอดขายค้าปลีกส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน (ไม่รวมยอดขายยานพาหนะ และการรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร) ซึ่งผู้บริโภค มีการวางแผนการใช้จ่ายอยู่แล้วนั้น
อาจยังไม่ได้หนุนผู้ประกอบการค้าปลีกให้มียอดขายที่ดีขึ้น แบบที่เท่ากันทุกราย เพราะ ขึ้นอยู่กับสภาพการแข่งขันของร้านค้าปลีกที่ลงทะเบียนเข้าร่วมในแต่ละพื้นที่ รวมถึงพฤติกรรมการใช้เงินของผู้บริโภค อีกทั้งยังต้องติดตามเงื่อนไข ของมาตรการฯ ที่อาจเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดได้อีก
เนื่องจาก วิเคราะห์ว่า นอกเหนือจากประเด็นทางด้านกฎหมาย รวมถึงระบบการใช้งานของแอปพลิเคชัน ที่ยังต้องรอติดตาม ว่าจะมีความซับซ้อนแค่ไหน การที่รัฐกำหนดเงื่อนไขต่างๆ อาจส่งผลต่อร้านค้าปลีกและ พฤติกรรมการใช้เงินของผู้บริโภคที่แตกต่างกันด้วย ดังนี้
1.กำหนดพื้นที่ในการใช้เงินต้องอยู่ในพื้นที่ตามทะเบียนบ้านเท่านั้น ซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้เงินของผู้บริโภคที่ต่างกัน
2.กำหนดเงื่อนไขประเภทของร้านค้าและการถอนเงินสด อาจจำกัดร้านค้าที่ เข้าร่วมโครงการโดยเฉพาะร้านค้าที่เดิมอยู่นอกระบบภาษีปัจจุบันร้านค้าที่เป็น ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) มีทั้งหมด 1.4 ล้านราย
โดยเป็นร้านค้าที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพียง 2.8 แสนราย หรือราว 20% 2 เท่านั้น การใช้ Digital Wallet ในรอบแรกระหว่างประชาชนกับร้านค้าหรือร้านสะดวก ซื้อขนาดเล็ก จะต้องเป็นร้านที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในช่วงไตรมาส 3
แต่ร้านค้าจะไม่สามารถถอนเงินสดได้ทันทีหลังประชาชนใช้จ่าย ซึ่งร้านค้าต้องไปใช้จ่ายกับร้านค้า และร้านค้าที่จะถอนเงินสดได้จะต้องเป็นร้านที่อยู่ในระบบภาษีและ เมื่อมีการใช้จ่ายตั้งแต่รอบที่ 2 เป็นต้นไป
“ร้านค้าที่จะลงทะเบียนเข้าร่วม คงจะต้องชั่งน้ำหนักความคุ้มค่า ทั้งในมิติของ ยอดขาย จากการคาดเดาพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าจะใช้จ่ายอย่างไร และซื้อ สินค้าประเภทไหน รวมถึงในมิติของการถอนเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยหาก เป็นร้านค้าขนาดเล็กที่ต้องการเงินสดในทันทีและเดิมไม่ได้อยู่ในระบบภาษีอาจจะ รู้สึกถึงความไม่คุ้มค่าจนตัดสินใจที่จะไม่เข้าร่วมโครงการ ทำให้ร้านค้าที่จะเข้าร่วม สุดท้ายแล้วอาจมีจำนวนน้อยกว่าที่คาดหวัง ส่งผลให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หรือ การกระจายรายได้ไปยังร้านค้าต่างๆ อย่างทั่วถึง ก็จะจำกัดลงตาม"
ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ Thairath Money ได้ที่
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney