ขยายเกษียณอายุอาจไม่พอ!“แรงงานสูงวัย” ไทยพุ่ง 5.1ล้านคน ถอดบทเรียนญี่ปุ่นทำอย่างไรคนสูงวัยไม่ตกงาน

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

    ขยายเกษียณอายุอาจไม่พอ!“แรงงานสูงวัย” ไทยพุ่ง 5.1ล้านคน ถอดบทเรียนญี่ปุ่นทำอย่างไรคนสูงวัยไม่ตกงาน

    Date Time: 12 มี.ค. 2567 12:02 น.

    Video

    Dropbox เอาตัวรอดมายังไง ? เมื่อโปรดักส์ที่ขายกลายเป็น "ของแจกฟรี" | Digital Frontiers EP.58

    Summary

    ขยายเกษียณอายุอาจไม่พอ! “แรงงานสูงวัย” คนไทยพุ่ง 5.1 ล้านคน ภาคเหนือ ครองแชมป์ กว่า 1.2 ล้านคน ปัญหารายได้ลด-เป็นหนี้สะสม กำลังท้าทายอนาคตประเทศ ถอดบทเรียน ญี่ปุ่น ทำอย่างไร? ให้เป็นโอกาส ไม่ใช่วิกฤติ จากโมเดลแรงงาน “อิโรโดริ” ดึงศักยภาพคนสูงวัย และทรัพยากรท้องถิ่น สู่รายได้เลี้ยงปากท้อง เป็นประโยชน์ต่อชุมชน

    Latest


    แม้ปัจจุบันประเทศไทย มีนโยบาย จ้างงาน “แรงงาน” ผู้สูงอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการขยายอายุเกษียณ ในตำแหน่งงานที่ขาดแคลน ควบคู่กับการให้ความรู้ทางการเงิน แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนอย่างจริงจัง เพื่อรองรับกับภาวะที่ไทยกำลังเผชิญ คือ วัยทำงานหดตัว เด็กแรกเกิดน้อยลง แต่สัดส่วนผู้สูงวัยสูงขึ้นอย่างน่ากังวล 

    แต่อย่างไรก็ตาม แรงงานที่รายได้ต่ำ และมีภาระหนี้สะสมสูง เป็นเรื่องท้าทายที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญอย่างเร่งด่วน เพื่อทำให้ความเปลี่ยนแปลงนี้เป็นโอกาส ไม่ใช่ “วิกฤติ”

    ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า 10 ปีที่ผ่านมา ไทยมี “แรงงานสูงอายุ” เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปัจจุบันตัวเลข อยู่ที่  5.1 ล้านคน เพิ่มขึ้นกว่า 52% จากปี 2556 (3.3 ล้านคน)

    ทำให้สัดส่วนแรงงานสูงอายุเพิ่มขึ้น จาก 8.5% เป็น 12.6% โดยภาคเหนือ มีสัดส่วนแรงงานสูงอายุมากที่สุด เป็นอันดับ 1 รองลงมา คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลาง 

    เจาะแรงงานสูงวัยของภาคเหนือนั้น มีจำนวนสูงถึง 1.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว กระจุกตัวใน 3 อันดับแรก ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และพิษณุโลก ซึ่งส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพอิสระ และประมาณ 60% เป็นเกษตรกรในภาคเกษตร ที่เหลืออยู่ในภาคการค้า บริการ และการผลิต

    หากแต่สิ่งที่น่าเป็นห่วง คือ พบว่า หลังอายุ 60 ปี รายได้แรงงานภาคเหนือลดลง 55% แต่ยังมีภาระหนี้สะสม โดยเฉพาะแรงงานสูงอายุในภาคเกษตร ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยเพียง 5,513 บาทต่อเดือน และอีก 72% มีรายได้ไม่พอชำระหนี้

    ญี่ปุ่น โมเดล สังคมผู้สูงอายุ กับโมเดล “อิโรโดริ” ในตลาดงาน 


    ทั้งนี้ หากเรานึกถึงต้นแบบของ “สังคมผู้สูงอายุ” ญี่ปุ่น อาจเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ สำหรับทางออกอย่างยั่งยืน ที่ไม่ได้แก้ปัญหาแค่การเพิ่มระบบสวัสดิการ และเงินบำนาญ ให้กับคนสูงวัยเท่านั้น แต่ลึกลงไป ยังมีโมเดล สร้างรายได้ให้กับแรงงานสูงอายุ อีกด้วย 

    ในรายงานฉบับเดียวกันของ ธปท.นี้เอง มีการระบุถึง “โมเดลแรงงานสูงวัย” ของญี่ปุ่น ที่เรียกว่า อิโรโดริ ธุรกิจใบไม้ที่ผู้สูงอายุทุกคนสามารถเป็นเจ้าของกิจการ และสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น

    โดยแนวคิด อิโรโดริ ถูกนำมาใช้ในคามิคัตสึ เมืองชนบทที่ตั้งอยู่บนเกาะชิโกกุของญี่ปุ่น ภูมิประเทศแวดล้อมด้วยภูเขา ประชากรเกินครึ่งของเมืองนี้เป็นผู้สูงอายุ ขณะที่ การปลูกส้มแมนดารินที่เป็นอาชีพหลักลดลงจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้ขาดแคลนทั้งงานและรายได้ 

    ต่อมาปี ค.ศ. 1987 องค์กรเกษตรและรัฐบาลท้องถิ่น ต้องการสร้างรายได้ให้กับผู้สูงอายุและท้องถิ่น จึงจัดตั้งสหกรณ์อิโรโดริ และริเริ่ม “ธุรกิจใบไม้” เช่น ใบเมเปิล พีช บัว ซึ่งหาได้ทั่วไปในพื้นที่ โดยเป็นงานที่ใช้แรงน้อย และใช้องค์ความรู้ความเชี่ยวชาญของผู้สูงอายุในการคัดเลือกใบไม้ แล้วส่งขายให้กับร้านอาหารทั่วประเทศเพื่อใช้ในการตกแต่งอาหารญี่ปุ่น ก่อเกิดความสำเร็จหลายแง่

    • สร้างรายได้ให้ผู้สูงอายุ 16,752 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคนต่อปี ทำให้ผู้สูงวัยพึ่งพาตนเอง ดูแลครอบครัวได้ และภูมิใจในการสร้างประโยชน์ให้ท้องถิ่น 
    • ลดค่ารักษาบริการทางการแพทย์ ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกายและสุขภาพจิตดี จากการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้สูงอายุในชุมชน 
    • สร้างแรงบันดาลใจให้คนหนุ่มสาวกลับบ้านเกิด รวมถึงคนจากเมืองอื่น เพื่อเรียนรู้ ฝึกอบรม และต่อยอดงานกับผู้สูงอายุ
    • สร้าง mindset ว่า ผู้สูงอายุคือกลุ่มคนสำคัญต่อชุมชนและประเทศชาติ โดย สร้างแรงจูงใจให้ผู้สูงอายุดึงศักยภาพ เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองเสมอ
    • รวมกลุ่ม เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้แบบเก่าและการค้าขายแบบใหม่ รวมทั้ง เพิ่มอำนาจต่อรองราคาสินค้า และหาตลาดรองรับ
    • อิโรโดริพัฒนาหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้ใช้งานง่ายด้วยภาษาญี่ปุ่น ทำให้สมาชิก 83% ใช้งานได้ง่าย และช่วยบริหาร คลังสินค้าและคำสั่งซื้อของลูกค้ามายังเกษตรกรรวมทั้ง ช่วยวิเคราะห์ตลาด

    จากข้อมูลข้างต้นจะเห็นได้ว่า การออกแบบนโยบายที่ ตอบโจทย์เชิงพื้นที่ร่วมด้วยเป็นสิ่งจำเป็น เช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่นำ “อิโรโดริโมเดล” มาใช้ในพื้นที่ชนบท เป็นทางออกที่จับต้องได้ 

    สำหรับตลาดแรงงานสูงอายุในภาคเหนือ แม้จะเห็นการจ้างงานในระบบอยู่บ้าง แต่รองรับได้เพียงบางส่วน เช่น ร้านอาหาร ร้านนวดสปา และโรงงานผลิตขนม ทำให้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังประกอบอาชีพอิสระในภาคเกษตร

    อย่างไรก็ดี ตลาดแรงงาน สูงอายุในภาคเกษตรที่เข้มแข็งอยู่ในรูปแบบของการรวมกลุ่ม คนรุ่นใหม่มาช่วยขับเคลื่อนให้เกิดมุมมองใหม่ ผสมผสานกับความชำนาญของคนรุ่นใหญ่ ในเชิงบูรณาการร่วมกับชุมชน และปรับใช้เทคโนโลยีร่วมด้วย เริ่มพบเห็นได้มากขึ้น 

    ที่มา : ธปท.

    ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ 

    ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้  https://www.facebook.com/ThairathMoney


    Author

    กองบรรณาธิการ

    กองบรรณาธิการ