
ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าติดตาม จากกรณี “ชาวพม่า” หรือ เมียนมา แห่ทะลักเข้าไทย ทั้งรูปแบบการขอวีซ่าเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย และ หลบหนีเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ หลัง รัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ประกาศบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหาร ครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่ปี 2553
กำหนด ชายชาวพม่าทุกคน อายุตั้งแต่ 18-35 ปี และผู้หญิง อายุตั้งแต่ 18-27 ปี ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร เพื่อให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นทหารเป็นเวลา 2 ปี ภายใต้ ปัญหาการเมืองในประเทศ เกิดการสู้รบ ระหว่าง กองทัพเมียนมา กับ กลุ่มกบฏ และกองกำลังชาติพันธุ์ ต่างๆ
ซึ่งการสู้รบดังกล่าว ยังส่งผลให้การค้าชายแดนไทย-พม่า ปั่นป่วน การขนส่ง ยุ่งยากขึ้น และเกิดปัญหา แรงงานลักลอบเข้ามาในประเทศไทย ถูกทางการไทยจับกุมรายวัน
เจาะมุมมอง “เกรียงไกร เธียรนุกุล” ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า จากการที่ รัฐบาลเผด็จการทหารพม่า ออกนโยบายบังคับเกณฑ์ทหารพลเรือน ครอบคลุมแรงงานหนุ่มสาว ที่ออกไปทำงานนอกประเทศ รวมถึง แรงงานพม่า ในประเทศไทย ภายใต้ MOU ด้วยนั้น
ขณะนี้ ได้สร้างปัญหา ให้ชาย-หญิง วัยแรงงานในพม่า กำลังหาทางหลบหนีออกนอกประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยง การเป็นทหาร มีทั้งการเข้ามาอย่างถูกกฎหมายในไทย และ การลักลอบเข้ามา ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องต้องคัดกรอง ตรวจสอบมากขึ้น โดยหอการค้าจังหวัดกาญจนบุรี มีการจัดตั้งศูนย์ดูแลความเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในการโยกย้ายที่น่าสนใจ คือ การไหลเข้ามาของ กลุ่มนักเรียน-นักศึกษาชาวพม่า ที่ต้องการเข้ามาศึกษาในประเทศไทยจำนวนมาก โดยทราบว่า ขณะนี้มีการดีลกับสถานศึกษาต่างๆเพื่อหาที่ลง เนื่องจาก เหตุสู้รบที่เกิดขึ้น ทำให้ พม่าไม่สามารถจัดการเรียน-การสอนได้
ในประเด็นนี้ลึกลงไป ประธาน ส.อ.ท. มองอาจเป็นโอกาส เนื่องจากที่ผ่านมา ไทยเผชิญแต่ ปัญหา “สมองไหล” ออกอย่างต่อเนื่อง จากการที่คนเก่งๆ ย้ายออกไปหาโอกาส ทำงาน นอกประเทศ ไม่มี กลุ่มคนหัวกะทิ ไหลเข้ามาเลย มีเพียงแรงงานต่างด้าวของประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานล้วนๆ
ซึ่งในจังหวะที่ประเทศไทย กำลังมีปัญหาโครงสร้างประชากรเปลี่ยน เด็กเกิดใหม่ลดลงจนเข้า “วิกฤติ” ขณะผู้เสียชีวิตรายปีสูงกว่า เกิดภาพ วัยทำงานหายไป สังคมเต็มไปด้วย “คนสูงวัย” จนทำให้ภาคธุรกิจต้อง พึ่งพา “แรงงานต่างด้าว” จากประเทศต่างๆ มากขึ้น
มองจากสถานการณ์ดังกล่าวนี่เอง อาจทำให้ไทย ได้แรงงานที่มีความหลากหลายเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่กลุ่มแรงงาน เหมือนในอดีต แต่อาจได้กลุ่ม “ปัญญาชน” เข้ามาทำงานในประเทศไทย มากกว่าเก่า
ทั้งนี้ ThairathMoney ตรวจสอบข้อมูลจากกระทรวงแรงงาน พบว่า ปัจจุบัน (ณ ก.พ. 2567) ไทยมีแรงงานเมียนมา หรือ พม่า ที่เข้ามาทำงานในประเทศ ทั่วราชอาณาจักร ตามมติ ครม. 3 ตุลาคม 2566 เป็นจำนวน 676,515 คน แบ่งเป็นชาย 390,366 คน หญิง 286,149 คน โดยส่วนใหญ่ ทำงานกระจุกตัว อยู่ในพื้นที่ กทม.-ปริมณฑล มากสุดในกิจการก่อสร้าง มากกว่า 67,000 คน