
ภาพลักษณ์ของ ส.อ.ท. หรือ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นแกนหลัก ในการทำงานร่วมระหว่างรัฐ กับ เอกชน ที่นิ่งสงบมาเป็นเวลานาน ดูเหมือนจะเกิดแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่อีกครั้ง
เมื่อ มหาเศรษฐี เบอร์ 9 เมืองไทย เจ้าพ่อพลังงานบริสุทธิ์ หรือ EA “สมโภชน์ อาหุนัย” ความร่ำรวยระดับแสนล้าน ประกาศลงสมัครท้าชิงเก้าอี้ ประธาน ส.อ.ท. คนที่ 17 วาระปี 2567-2569 แบบแทรกกลางเทอม จนกลายเป็นกระแสน่าจับตามอง ถึงเบื้องลึก การลงสมัครครั้งนี้ และมีภารกิจอย่างไร? ท่ามกลาง เศรษฐกิจไทย ถูกมอง ไม่ต่างจาก คนป่วยเป็น “มะเร็งร้าย” และ หลายอุตสาหกรรม นับวันยิ่งน่าห่วง ไม่สามารถแข่งขันได้ ในเวทีโลก อีกต่อไป
ไม่นับรวมประเด็นเห็นต่าง ระหว่างรัฐ และ เอกชน ทั้งในปัญหา เรื่อง “ค่าแรงขั้นต่ำ” และ “ค่าไฟฟ้า” ที่ยังหาทางออกอย่างยั่งยืนไม่ได้
วันนี้ (29 ก.พ. 2567) ซีอีโอ พลังงานบริสุทธิ์ นัดสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจ แถลงข่าวเปิดใจครั้งแรก ภายใต้ คำถามใหญ่ ที่เลี่ยงตอบ เกิดอะไรขึ้น? ภายใน ส.อ.ท.
สมโภชน์ ระบุ ส.อ.ท. นับเป็นแกนหลักของประเทศ และ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้น เนื่องด้วยในสถานการณ์ปัจจุบัน เศรษฐกิจไทย ไม่ควรอยู่ในสภาพตั้งรับ แต่ควรอยู่ในเชิงรุก เพราะอยู่ในช่วงหัวเลี้ยว หัวต่อ มี 2 ทางเลือก ว่า จะเป็น อาร์เจนตินา แห่งที่ 2 หรือ จะเป็นประเทศที่ ศิวิไลซ์ ขึ้น จากความเสี่ยงรอบด้าน ของปัจจัยโลก แต่ไทยเลือกได้ จะคว้าวิกฤติ หรือ โอกาส
จากโลกทุกวันนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ขณะแต่ละอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบแตกต่างกันออกไป หนักสุด คือ กลุ่ม SMEs ที่ต้องเข้าไป ทั้งส่งเสริมสนับสนุน และ เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา
“ผมเคยเป็น SME มาก่อน ถ้าปรับได้จะโตอย่างยั่งยืน วันนี้บางอุตสาหกรรมเริ่มแข่งขันไม่ได้แล้ว ส่วนกลุ่มที่เคยเป็นดาวรุ่ง ถ้าไม่ช่วยบูรณาการ ก็อาจไปไม่ได้ไกล ไทยหมดยุค ทำของถูก-ขายของถูกแล้ว ต้องยกระดับ ด้วยการเปลี่ยนแปลง ทำงานอย่างมียุทธศาสตร์ ร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน อย่างจริงจัง เพื่อให้ชื่อของประเทศไทย ไปอยู่ในเวทีโลก ได้อย่างแข็งแกร่ง”
ปัญหาใหญ่ของเศรษฐกิจไทยวันนี้ ในมุมของเศรษฐีคนดัง ชี้ว่า ไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างให้รอแก้ไข ซึ่งเป็นหลุมดำ ให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้ไม่เต็มที่ ท่ามกลาง คนในประเทศ ยังเถียงกันไม่ตก ว่าเศรษฐกิจไทยเวลานี้ วิกฤติแล้วหรือยัง? ขณะที่ “หนี้ครัวเรือน” ยังเร่งตัวขึ้นต่อเนื่อง เครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจตัวต่างๆ เริ่มหมดแรง หัวใจสำคัญ คือ หากอุตสาหกรรมไม่แข็งแรง เศรษฐกิจจะไปต่อไม่ได้
ด้วยเหตุผลข้างต้น สภาอุตสาหกรรม ที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเชื่อมกับภาครัฐอย่างใกล้ชิดมากที่สุด จึงเป็นบทบาทที่สำคัญ
“ระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา ผมในฐานะสมาชิกและเป็นรองประธาน ส.อ.ท. ทำงานด้วยจิตอาสาโดยไม่ได้หวังผลตอบแทนหรือรับประโยชน์ใดๆ ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ผมอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น จึงขอเสนอตัวเข้ารับการคัดเลือกเป็นประธาน ส.อ.ท. เพื่อช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมและเศรษฐกิจไทยเติบโต”
มหาเศรษฐีไทย เปิดใจต่อว่า ด้วยตำแหน่ง ของ ส.อ.ท. ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมของหลายอุตสาหกรรม หากมียุทธศาสตร์ และข้อสรุปการทำงานที่ชัดเจน เพื่อเข้าหารือ และ พูดคุยกับรัฐบาลได้ จะทำให้การผลักดันเศรษฐกิจ ง่ายและ มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภารกิจสำคัญ คือ การอยากเห็น “ไทยแลนด์ทีม” เกิดขึ้น ภายใต้ รัฐบาลเป็นแม่ทัพ ส่วนเอกชน เป็นขุนพล ทำงานกันเป็นทีมมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากตนเอง ได้รับความไว้วางใจ ให้เป็น ประธาน ส.อ.ท. คนที่ 17 ครั้งนี้ จะเร่งนำเสนอแผนยุทธศาสตร์ต่อภาครัฐ ผ่านอุตสาหกรรมแต่ละประเภท เตรียมแผนทรานส์ฟอร์มธุรกิจ เพื่อรองรับการแข่งขันในเวทีโลกทุกมิติ
เช่น การปรับปรุงกฎหมายหรือกฎระเบียบเพื่อให้ทันกติการะดับสากล ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน (BCG & ESG) และการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ซึ่งเป็นเทรนด์ของโลกในปัจจุบัน
ในอนาคตจะเห็น ส.อ.ท.ทำงานเชิงรุกด้วยยุทธศาสตร์ 4 ประการ คือ
อย่างไรเสีย ภารกิจแรกที่จะเข้าไปดูแล ส.อ.ท. คือ สร้างความเป็นปึกแผ่นภายในสภาอุตสาหกรรม ไม่แบ่งพวก ไม่มีพ้อง ประธานต้องรับใช้ทุกคน สมาชิกระดับจังหวัด ซึ่งมีส่วนสำคัญ ต้องมีพื้นที่ ให้แชร์แนวคิด ประสบการณ์การทำงาน เพื่อผลประโยชน์ส่วนร่วม ด้วยความตั้งใจ ว่าอยากรับใช้ชาติจริงๆ ช่วยให้คนไทยลืมตาอ้าปากได้ ฝนตกทั่วฟ้า ไม่มีภาพเหลื่อมล้ำ จากเศรษฐกิจที่ดีขึ้น โดยไม่ต้องมานั่งเถียงกัน เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ อีกต่อไป
สมโภชน์ ยังระบุอีกว่า ตนเองอยากสร้างประโยชน์ให้สังคมและประเทศชาติ จากอดีตที่เป็นเพียงฟันเฟืองเศรษฐกิจตัวเล็กๆ จนกระทั่งปัจจุบัน ทำหน้าที่บริหารธุรกิจในกลุ่มพลังงานบริสุทธิ์ ต้องการนำเสนอไอเดียที่มีเพื่อให้เกิด Impact มากกว่าที่ทำอยู่ในปัจจุบัน
พร้อมชี้ว่า ปัจจุบัน ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ทำไม การลงทุนโดยตรงของต่างประเทศ (FDI) เข้ามาไทยน้อย ปัญหาส่วนหนึ่ง คือ ประเด็น เรื่องค่าไฟฟ้าที่แพง อีกทั้ง ไทยไม่มีพลังงานสะอาด ราคาถูก ไว้ใช้งาน มีแต่โรงไฟฟ้า ต้นทุนสูง ขนาดใหญ่ อยู่เต็มประเทศไปหมด
ซึ่งตนเอง อยากเสนอไอเดีย จากสิ่งที่ดำเนินการอยู่ ให้เป็นต้นแบบหรือโมเดล สำหรับภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย การนั่งอยู่ในตำแหน่ง ประธาน ส.อ.ท. จึงมีความจำเป็น
สำหรับแนวทางแก้ค่าไฟแพงในเบื้องต้น ต้องอยู่ภายใต้ ปริมาณ การใช้ไฟที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ต้นทุนถูกลง ซึ่ง การสนับสนุนให้คนในประเทศ ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV อาจเป็นทางออก เพราะจะเห็นภาพ ความต้องการใช้ไฟฟ้ามหาศาล จนไม่พอด้วยซ้ำ
พอเป็นเช่นนี้ จะเกิดการลงทุนโรงไฟฟ้าตามมา แต่จะเป็นรูปแบบโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด ราคาถูก เกิดฮับอุตสาหกรรมใหม่ในประเทศไทย ได้รับประโยชน์วงกว้าง มีเพียงแค่ผู้ผลิตน้ำมันที่เสียประโยชน์ จากโอกาสครั้งนี้ โดย ส.อ.ท. ซึ่งเป็นเป็นแหล่งรวมของอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า, ยานยนต์,น้ำมัน และ กลุ่มเกษตรกรรม หากเจรจาพูดคุย หาทางออกร่วมกันได้ ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ในระยะข้างหน้า
อย่างไรก็ดี ยังเป็นเรื่องที่น่ายินดี หากคนอื่นๆ ที่มีวิสัยทัศน์และความสามารถ ได้รับเลือก นั่งตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรม เพื่อนำเสนอสิ่งดีๆ ให้แก่ภาพรวมของอุตสาหกรรม
ขณะเดียวกัน ผู้ที่ได้รับเลือกเป็นประธานฯ ควรที่จะนำข้อเสนอไปขับเคลื่อนต่อให้เป็นรูปธรรม ที่สำคัญต้องสร้างความโปร่งใสในการทำงาน เป็นเวทีกลางที่ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน และกระจายอำนาจให้แต่ละกลุ่มมาช่วยกันทำงาน
สำหรับ สมโภชน์ อาหุนัย เมื่อปี 2566 ได้รับการจัดอันดับ โดย นิตยสาร Forbes ประจำประเทศไทย ว่าเป็น ผู้ร่ำรวย อันดับ 9 ของประเทศไทย ด้วย มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 1.04 แสนล้านบาท
ตัวอย่าง ประวัติการทำงาน และผลงาน
ทั้งนี้ สมาชิกของ ส.อ.ท.แบ่งเป็นกลุ่มอุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดกระจายครอบคลุมทุกภูมิภาค โดยมี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นแกน ทำหน้าที่ เชื่อมโยงกลไกความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ผู้ประกอบการด้วย กันเอง รวมไปถึงผู้บริโภคและผู้ประกอบการอื่นๆ
โดยมีคณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่อยู่ในตำแหน่ง คราวละ 2 ปี มาจากการเลือกตั้งจำนวน 2 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด และ 1 ใน 3 เป็นการเลือกตั้ง จากกลุ่มอุตสาหกรรมและ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดต่างๆ คณะกรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนดนโยบายและบริหารงาน ของ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประสานกับภาครัฐและต่างประเทศ วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมไทย เป็นต้น