
ชะลอการเปิดโครงการมาสักระยะ สำหรับกลุ่มชาญอิสสระ หรือ บริษัท ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เจ้าพ่ออสังหาฯ หรูในเมืองท่องเที่ยว ขึ้นชื่อ จากโปรเจกต์ “ศรีพันวา”
ล่าสุด ถึงคราวลุยลงทุนอย่างดุดัน โดย “สงกรานต์ อิสสระ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ชาญอิสสระ เผยว่า จากนี้ กลุ่มชาญอิสสระ จะมีแผนลงทุน เขย่าวงการอสังหาฯ ไทยครั้งใหญ่ ทั้งในส่วนของธุรกิจอสังหาฯ-มิกซ์ยูสและโรงแรม รวม 4 โปรเจกต์ยักษ์ บนที่ดินรวม 123 ไร่ มูลค่าโครงการร่วม 20,000 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ได้แก่
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับการกลับมาของภาคธุรกิจอสังหาฯ-ท่องเที่ยว ที่มีทิศทางเติบโตอย่างเห็นได้ชัด
“ภาพรวมธุรกิจท่องเที่ยวไทยและธุรกิจโรงแรมในปี 2566 ยังคงคึกคักต่อเนื่องจากช่วงไตรมาส 4 ของปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ อย่างจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีอัตรานักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 90% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างเห็นได้ชัดเจน
ส่วนของโรงแรมในเครือทั้ง 3 แห่ง โรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต, โรงแรมบาบาบีช คลับ นาใต้ และ โรงแรมบาบาบีช คลับ หัวหิน สามารถทำรายได้ช่วงไฮซีซั่นได้อย่างต่อเนื่อง
โดยคาดการณ์รายได้ของปี 2566 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 50% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อน และคาดการณ์ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศไทยจะปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ โดยมีปัจจัยบวกมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เพิ่มขึ้นและมีการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Middle East อย่างมากอีกด้วย
ทั้งนี้ จากทิศทางการเติบโตของกลุ่มตลาดลักชัวรี่ และกระแสการตอบรับที่ดีของโครงการในกลุ่มชาญอิสสระ โดยปีนี้เตรียมโอน 2 บิ๊กโปรเจกต์ อย่างโครงการ ดิ อิสสระ สาทร ซึ่งมียอดขายแล้วประมาณ 55% และโครงการ ศศรา หัวหิน มียอดขายประมาณ 75% ซึ่งปัจจุบันทั้งสองโครงการมียอดขายรอโอน (Backlog) รวมประมาณ 2,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม จากแผนการพัฒนาโมเดลธุรกิจดังกล่าวของกลุ่มชาญอิสสระ ที่จะพัฒนาในก้าวต่อจากนี้ไป จะเป็นแกนสำคัญในการผลักดันเป้ารายได้ และสร้าง Brand Awareness ที่แข็งแกร่งให้กับชาญอิสสระ ไปสู่ระดับโลก ผ่านการขับเคลื่อนกลยุทธ์ที่สำคัญของการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกๆ ด้าน มีความครบวงจรในด้านการให้บริการในระดับพรีเมียม พร้อมขึ้นแท่นแบรนด์หรูครองความเป็นผู้นำด้านตลาดลักชัวรี่ในประเทศไทย.