
จับตา Tesla ลงทุนในไทย จับกระแส ภายหลังการเดินทางถึงนครซานฟรานซิสโก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปฏิบัติภารกิจสำคัญหารือร่วมกับภาคเอกชนระดับโลกหลายราย เพื่อสนับสนุนความร่วมมือ การค้า การลงทุนระหว่างกัน
โดยในช่วง 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นนครซานฟรานซิสโก) นายกรัฐมนตรีและคณะได้เยี่ยมชมบริษัท Tesla ณ Tesla Fremont Factory โดยบริษัท Tesla เป็นบริษัทดำเนินธุรกิจด้านรถยนต์ไฟฟ้าและด้านพลังงานชั้นนำของโลก มีโรงงานตั้งอยู่ที่เมืองเฟรมอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ผลิต Model S, Model 3, Model X, Model Y
ทั้งนี้ บริษัท เทสลา (ประเทศไทย) จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งในประเทศไทย เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 และขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาโอกาสในการขยายการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย
โดยนายกฯ และผู้บริหารบริษัท Tesla ได้หารือร่วมกันในประเด็นรถยนต์ไฟฟ้า และพลังงานสะอาด เพื่อความร่วมมือที่สร้างสรรค์ และเป็นประโยชน์ในอนาคต และหวังว่าความร่วมมือในวันนี้จะตอกย้ำถึงความเป็นศูนย์กลาง EV และพลังงานทดแทนของไทยในอนาคต รวมถึงดึงดูดให้ บริษัท Tesla เข้ามาร่วมลงทุนในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
จากนั้นในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีได้หารือร่วมกับผู้บริหารภาคเอกชนชั้นนำของสหรัฐฯ โดยมีสรุปสาระสำคัญดังนี้
1.จากการหารือร่วมกับบริษัท HP บริษัทฯ ด้านกลุ่มคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และแล็ปท็อป (PC & Laptop) และกลุ่มเครื่องพิมพ์และอุปกรณ์ขนาดใหญ่ของโลก
นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนบริษัทฯ ขยายการลงทุนเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิต พัฒนา supply chain และตั้งสำนักงานภูมิภาค รวมทั้งให้เพิ่มการผลิตในไทย ซึ่งไทยมีความพร้อมในด้านระบบสาธารณูปโภค รวมถึงมีนโยบายในการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ (ease of doing business) รวมถึงการเสริมสร้างความร่วมมือในด้านการศึกษา (Academic) เพื่อสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ยังได้อัปเดตความคืบหน้า และการพัฒนาโครงการ Landbridge ของไทย พร้อมเชิญชวนบริษัท HP เข้ามาร่วมโครงการฯ ซึ่งมีความสอดคล้อง และเป็นประโยชน์ต่อแผนพัฒนา Supply Chain ของบริษัทเป็นอย่างดี ช่วยลดค่าขนส่ง และสามารถทำให้ไทยเป็นฐานการส่งออกที่เหมาะสมเป็นอย่างดีสำหรับบริษัท HP
2.จากการหารือร่วมกับบริษัท Analog Devices, Inc. หรือ ADI เป็นบริษัทผลิตวงจรรวม (Integrated Circuit: IC) รายใหญ่ระดับโลกที่มีการออกแบบ และผลิตแบบครบวงจร
นายกฯ สนับสนุนให้ ADI ขยายการลงทุนในไทย ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านพลังงานสะอาด และมีศักยภาพการอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมกับบริษัทฯ พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการลงทุนของบริษัทอย่างเต็มที่ โดยสถาบันการศึกษาในไทยพร้อมที่จะทำงานกับบริษัทฯ เพื่อพัฒนาหลักสูตรที่เหมาะกับทักษะความสามารถที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบวงจรผลิตแผ่นเวเฟอร์ที่ ADI ต้องการ.