เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ “เศรษฐา” ย้ำคนไทย-ประเทศไทยต้องดีกว่าเดิม

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ “เศรษฐา” ย้ำคนไทย-ประเทศไทยต้องดีกว่าเดิม

Date Time: 26 ต.ค. 2566 05:06 น.

Summary

“เศรษฐา” ประกาศยกระดับชีวิตความเป็นอยู่คนไทยทุกระดับให้ดีกว่า 10 ปีที่ผ่านมาที่จีดีพีโตเฉลี่ยแค่ 1.8% ยกตัวอย่างเงิน 5 หมื่นบาท ที่ทำให้คนยอมแลกชีวิตอยู่ทำงานต่อในสงครามอิสราเอล-ฮามาส จึงถึงเวลาต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ขอให้ดูว่ารัฐบาลทำหลายเรื่อง เจรจาเอฟทีเอ โปรโมตแลนด์บริดจ์เป็นเมกะโปรเจกต์ระดับโลก และกำลังปรับโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ให้ใช้เงินน้อยกว่าเดิม เลิกแจกคนรวย

Latest

ผ่านปี 68 "งูร้าย" สู่ปี 69 "ม้าเหนื่อย" เฟ้นหา "แสงสว่าง" ท่ามกลางปัจจัยลบ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เร่งเครื่อง...ติดสปีดเศรษฐกิจไทย” พร้อมมอบรางวัลสุดยอด CEO ประจำปี 2023 ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่าวันนี้ในสภาวะบ้านเมืองที่เปราะบางต้องการความช่วยเหลือทุกภาคส่วน ตลอด 10 ปีที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไทยเติบโตต่ำมาก เฉลี่ยปีละ 1.8% หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น 10 ปีที่ผ่านมาจาก 76% เป็น 91.6% สูงสุดติดอันดับ 7 ของโลก นี่เป็นเหตุผลทำให้เราต้องกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

“เหตุการณ์ 10 วันที่เพิ่งผ่านเข้ามาสงครามระหว่างอิสราเอลกับฮามาส ถึงแม้สถานการณ์การต่อสู้ยังดำเนินต่อด้วยความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง และรัฐบาลมีมาตรการนำคนเหล่านี้กลับมาได้อย่างเพียงพอ มีความพร้อมด้านขนส่ง แต่เชื่อมั้ยเขาไม่อยากกลับมา เพราะนายจ้างอิสราเอลให้เงินเพิ่ม เงินแค่ 50,000 บาท แต่ทำให้เขาไม่อยากกลับมา ซึ่งบ่งบอกถึงความเปราะบางทางเศรษฐกิจของประเทศ”

ถึงเวลากระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า “เงิน 50,000 บาท ผมเชื่อว่าบางคนเป็นเศษเงิน แต่กับหลายๆคนทำให้เขาต้องเสียชีวิต มันเป็นกระจกสะท้อนอย่างหนึ่งว่าเศรษฐกิจไทยต้องการการกระตุ้น มันเป็นปัญหาไม่ใช่แค่เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างอิสราเอลกับฮามาส หรือจีนกับสหรัฐอเมริกา แต่เป็นปัญหาของเศรษฐกิจในประเทศไทย เพราะฉะนั้นการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ต้องเกิดขึ้น”

รัฐบาลจะเร่งดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นที่ลดค่าน้ำมัน ลดค่าไฟ พักหนี้เกษตรกร รถไฟฟ้าตลอดสายบางสี 20 บาท เพื่อให้พี่น้องประชาชนลดค่าใช้จ่ายลืมตาอ้าปาก ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญในระยะสั้น ส่วนในระยะกลางและระยะยาว นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ซึ่งนั่งอยู่ในที่สัมมนานี้ด้วยก็ทราบดีว่าเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) เป็นเรื่องที่เกือบไม่ได้ทำเลยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หลายๆบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลกก็มีข่าวว่าจะย้ายฐานการผลิต หรือพิจารณาที่จะมาเมืองไทย และมีความคิดต่อมาว่าจะไม่มา ไม่ใช่เพราะว่าค่าแรงที่ขึ้นไปวันละ 400 บาท หรือ 600 บาท ภายใน 4 ปี อย่าเข้าใจผิด เพราะเราไม่มีเอฟทีเอกับหลายๆประเทศ

“ผมลองให้ข้อคิดอย่างนี้ เมื่อ 10 ปีที่แล้วค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท มาถึงวันนี้เฉลี่ยวันละ 337 บาท ผ่านมา 10 ปี ขึ้นมา 12% ถ้าลูกหลานท่านจบจากเมืองนอกมารับจ๊อบเงินเดือนครั้งแรก 30,000 บาท แล้วอีก 10 ปีให้หลัง เงินเดือนกลายเป็น 34,000 บาท ท่านรับได้ไหม ผมเชื่อว่ารับไม่ได้ ฉันใดฉันนั้นควบคู่กันไป การเพิ่มค่าแรง การลดค่าใช้จ่าย การกระตุ้นเศรษฐกิจ ระยะกลาง ระยะยาว การเซ็นสัญญาลงนามเอฟทีเอ ต้องเกิดขึ้น การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต้องเกิดขึ้น”

เร่งเอฟทีเอ-โครงการพื้นฐานดึงทุนนอก

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งยังไม่ถึง 8 สัปดาห์ ยังไม่ถึง 2 เดือนเต็ม มีการเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ใช่แค่ไปแนะนำตัวอย่างเดียว ล่าสุดที่ไปจีนตารางแน่นเอี๊ยด ไม่ใช่ไปเจอประธานาธิบดีสี จิ้นผิง อย่างเดียว ได้ไปพบบริษัทยักษ์ใหญ่จีนเกือบ 10 บริษัท ซึ่งในอดีตเราไม่ค่อยได้ทำกัน แต่ผมมั่นใจการเดินทางครั้งต่อไปจะมีนักธุรกิจ โดยสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เข้ามามีส่วนร่วม รัฐบาลจะไม่เหนียมอายที่จะพานักธุรกิจไปเปิดตลาดใหม่ๆ เชิญนักลงทุนมาลงทุน ควบคู่กับนายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ จะเร่งเจรจาเอฟทีเอให้สัมฤทธิผลโดยเร็ว

ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญ ไม่อยากให้ประเทศยักษ์ใหญ่ อย่างจีนมองเราเป็นแค่ทางผ่านขนส่งสินค้า อยากให้มองเราเป็นศูนย์กลางการสร้างโรงงานสำหรับการส่งออกสินค้าของเขา ไทยเป็นประเทศที่มีโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ของจีนสูงที่สุดในภูมิภาคนี้ ถ้าไม่นับจีนแสดงถึงศักยภาพที่เรามีอยู่ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมมาตรการทางด้านภาษี ทักษะวิศวกรไทย การบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆ อินเตอร์เน็ต ไฟฟ้า น้ำ รวมไปถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่า นักลงทุนเข้ามาแล้วอยู่ได้สุขสบาย ทั้งโรงเรียนนานาชาติ ศูนย์ดูแลสุขภาพระดับโลก ประเทศไทยมีศักยภาพสูง แต่ต้องการการออกไปโฆษณา อธิบายให้เขาฟังว่าเรามีอะไรดีๆ เพื่อเชิญให้มาลงทุนในไทย

รับฟัง-กำลังปรับปรุง “ดิจิทัล วอลเล็ต”

“รัฐบาลนี้ไม่ได้ทำแค่ประชานิยม ไม่ได้ทำแค่เพื่อการซื้อเสียงรวมไปถึงโครงการดิจิทัล วอลเล็ต แต่จีดีพี 10 ปีที่ผ่านมา โตเฉลี่ย 1.8% บ่งบอกอะไรหลายๆอย่าง เราเป็นประเทศกำลังพัฒนาแต่ล้าหลังประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย เวียดนาม ถ้าไม่มีการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ผ่านนโยบายต่างๆ ผมเชื่อว่าเราจะไม่สามารถยกระดับตรงนี้ขึ้นมาได้ เราไม่ได้ดูที่ดิจิทัล วอลเล็ต อย่างเดียว ผมเรียนว่า 540,000 ล้านบาท กำลังปรับปรุงอยู่ให้ลดลงมา ตามคำแนะนำของผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนกรณีแจกคนรวย ถ้าใครสามารถให้คำนิยามคนรวยไม่ควรได้ ใครคือคนรวย คนรวยวัดด้วยความมั่งคั่งหรือรายได้ และจะตัดที่ตรงไหนยินดีรับฟัง”

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า อายุ 16 ปี ใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน เพราะต้องการให้หมุนเงินโดยเร็วเอาไปใช้ที่อยู่ตามบัตรประชาชนจะ 4 กิโลเมตร หรือภายในอำเภอกำลังพิจารณาอยู่ แต่ไม่ต้องการให้แลกเป็นเงินสดแล้วนำเงินสดมาใช้ในเมืองใหญ่ๆ ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจภูมิภาครวยกระจุก จนกระจายจะได้ไม่อยู่แค่ที่ภูเก็ต เชียงใหม่ กรุงเทพฯ เป็นการจ่ายครั้งเดียวไม่ใช่งบผูกพัน นโยบายต่างๆที่เรียกว่าประชานิยม ตนก็ไม่ชอบคำนี้เท่าไหร่ บางงบประมาณผูกพันปีหนึ่งหลายแสนล้านบาทและผูกพันระยะยาวด้วย แต่อันนี้เป็นการทำหนเดียว รัฐบาลนี้ยอมรับคำแนะนำ ยอมรับคำติชม แต่ขอให้ท่านคิดถึงที่จีดีพีโต 1.8% ใน 10 ปี ขณะที่ประเทศอื่นพัฒนาไปไกลมาก

“เราไม่ได้มีแต่นโยบายประชานิยยังมีเอฟทีเอ และระยะยาวยังมีโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง ไม่ใช่การขุดคลองคอดกระ ไม่ใช่แยกดินแดง ซึ่งหลายรัฐบาลมีดำริทำมา แต่รัฐบาลนี้จะทำให้เกิดขึ้นจริงๆ ที่ผ่านมาการขนถ่ายสินค้าจะต้องผ่านช่องแคบมะละกาหรือใช้สิงคโปร์ แต่ถ้ามีโครงการแลนด์บริจด์จะร่นระยะทางได้ 6-9 วัน ลองจินตนาการถ้าไทยมีแลนด์บริดจ์ มีการขุดท่อส่งน้ำมันเชื่อมระหว่างอันดามันกับอ่าวไทย อาจมีการสร้างโรงกลั่น โรงงานปิโตรเคมี จะเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใหญ่ที่สุด เป็นเมกะโปรเจกต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโครงการหนึ่ง ที่จะทำให้โลจิสติกส์ทั่วโลกดีขึ้น ทำให้ไทยเป็นประเทศที่น่ามาลงทุนและสร้างฐานผลิต”

นายเศรษฐากล่าวต่อไปว่า ในเดือน พ.ย.จะเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อประชุมกลุ่มเอเปก แต่จะเดินทางล่วงหน้า 2 วันเพื่อจัดประชุมสัมมนาโดยสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเชิญนักธุรกิจข้ามชาติมาเจอกับตนและนักธุรกิจไทย และดีใจมากที่นายทิม คุก ซีอีโอของแอปเปิ้ลก็จะมาเจอด้วย ถ้าท่านเข้าใจบริบทที่ผมเข้ามารับตำแหน่งนายกฯมีความจริงใจ ตั้งใจจริงไม่อยากให้ประเทศไทยตกอยู่บนกับดักรายได้ปานกลาง อยากจะยกระดับอุตสาหกรรมไทยทั้งหมดผ่านศักยภาพที่เรามีอยู่สูง ขอแค่โอกาส หน้าที่ของนายกรัฐมนตรีชัดเจนว่า ต้องยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคน ทุกระดับให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา.

อ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ