จากเราเที่ยวด้วยกัน ถึง “เงินดิจิทัล 10,000 บาท” ลุ้นรัฐ เพิ่มเงื่อนไข เงินดิจิทัลใช้ท่องเที่ยวได้

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

จากเราเที่ยวด้วยกัน ถึง “เงินดิจิทัล 10,000 บาท” ลุ้นรัฐ เพิ่มเงื่อนไข เงินดิจิทัลใช้ท่องเที่ยวได้

Date Time: 16 ต.ค. 2566 16:42 น.

Video

 จ่ายแพง เรียนหนัก แต่ทักษะไม่ตรงตลาด ถกการศึกษาไทยในยุค AI ? | Digital Frontiers EP.54 Special Talk

Summary

จากเราเที่ยวด้วยกัน ถึง “เงินดิจิทัล 10,000 บาท” เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น เห็นด้วยหรือไม่? หากรัฐบาล เปิดเงื่อนไข ใช้เงินดิจิทัล เพื่อการท่องเที่ยวได้ 

Latest


ระหว่าง รอรายละเอียด “การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท” ของรัฐบาล ปรากฏความเห็นหลายทาง และหลายไอเดีย ด้วยความมุ่งหวัง อยากให้เม็ดเงินงบประมาณ 5.6 แสนล้านบาท ที่จะฟีดเข้าระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ผ่านการโอนเข้ามือประชาชน 1 ก.พ. 2567 นั้น เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ 

โดยคนของรัฐบาลต่างประสานเสียงชัดเจน ว่าจะเดินหน้า “นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต” อย่างแน่นอน อีกทั้งวันนี้ มีการแต่งตั้ง คณะบุคคลต่าง ๆ ขึ้นเป็น คณะอนุกรรมการ 2 คณะด้วยกัน ทั้งที่ทำงาน ขับเคลื่อน และประมวลผล-ตรวจสอบโครงการ อย่างเป็นทางการแล้ว


ล่าสุด “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยังเผยว่า ขณะนี้รัฐบาล กำลังพัฒนาซุปเปอร์แอป เพื่อใช้โครงสร้างหลัก สำหรับโครงการแจกเงิน 10,000 บาท คาดทันใช้ต้นปีหน้า 

อย่างไรก็ดี พบ 1 ในข้อเสนอที่น่าสนใจ สำหรับเงื่อนไขการใช้เงินดิจิทัล ที่ชวนตกผลึก และน่าผลักดัน คือ แนวคิดการปรับเงื่อนไขให้สามารถนำเงินดิจิทัลบางส่วนไปใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวได้ ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตอบรับ และระบุ อาจมีการเสนอแนวคิดดังกล่าว

โดยตั้งธง เปิดช่อง 30% ของเงินดิจิทัล หรือ 3,000 บาท ให้ประชาชนสามารถนำใช้จ่ายในการเดินทาง และท่องเที่ยวได้ ส่วนอีก 7,000 บาท สามารถใช้เงินไปกับการจ่ายซื้อสินค้าอื่นๆ ตามเงื่อนไขของโครงการเดิม หรืออีกทางให้สามารถใช้เงินดิจิทัล ทั้ง 10,000 บาท ไปกับการท่องเที่ยว ก็มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษา และหาข้อสรุปร่วมกับรัฐบาล 

ซึ่งแนวคิดดังกล่าว สอดคล้องกับข้อเสนอของภาคเอกชน เพราะเชื่อว่า หากรัฐบาลเปิดช่องให้สามารถนำ "เงินดิจิทัล" มาใช้จ่ายกับการท่องเที่ยวได้ จะช่วยกระตุ้นภาคท่องเที่ยวไทยได้อย่างมาก และก่อให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจอย่างดีไม่แพ้กัน 

ThairathMoney เจาะข้อมูล จากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของคนไทย ตั้งแต่ ม.ค.- ส.ค. 2566 ครอบคลุม การเดินทางเพื่อท่องเที่ยว, เยี่ยมเพื่อน/ญาติ ทั้งที่พักค้างคืน และไม่ค้างคืน รวมสะสม รวม 8 เดือนแรกของปี พบ ไทยเที่ยวไทยแล้ว ทั้งสิ้น 162,875,748 คน เพิ่มขึ้น 27.46% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา  

ขณะเมื่อแปลงเป็นเม็ดเงิน ได้สร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจแล้วมากกว่า 5.12 แสนล้านบาท ซึ่งปรับเพิ่มขึ้น 27.18% จากปีก่อน  โดยมีอัตราการเข้าพักในโรงแรม/รีสอร์ต เพิ่มขึ้น 26.18% จากปีก่อน ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจากตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุกแง่ จากปีก่อน พบ 1 ในข้อ ควรพิจารณา ก็คือ งบประมาณ การใช้จ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยวคนไทย มีน้อยลง โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ระบุ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวไทยมีกำลังซื้อเฉลี่ย 2,800-3,200 บาทต่อคนต่อทริป เท่านั้น แต่เปลี่ยนเป็นการเดินทางท่องเที่ยวบ่อยครั้งขึ้น ท่ามกลางความต้องการของ ททท. ที่วางเป้า จะเพิ่มกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ถึง 4,000 บาทต่อคนต่อทริปในช่วงปี 2567 

ย้อนไปก่อนหน้า รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีการผลักดัน "โครงการเราเที่ยวด้วยกัน" ออกมาต่อเนื่องหลายเฟส เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกมาใช้จ่าย ผ่านการท่องเที่ยวในประเทศ แบ่งสิทธิ์ 2 ส่วน

ยกตัวอย่าง เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 5 ให้สิทธิคนไทย 5.6 แสนสิทธิ ระยะเวลา 7 มี.ค.-30 เม.ย. 2566 กล่าวคือ 1. รัฐสนับสนุนค่าโรงแรม 40% คนละไม่เกิน 5 คืน (สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้อง/คืน) และสิทธิที่ 2. รัฐสนับสนุนค่าอาหาร/ค่าเข้าท่องเที่ยว 40% (คูปองอาหาร /ท่องเที่ยว สูงสุด 600 บาทต่อวัน) 

ซึ่งถือเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง อีกทั้งช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง  รวมถึง ก่อเกิดการสร้างงาน และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวม ผ่านเม็ดเงินที่เกิดขึ้น กว่า 1.2 หมื่นล้านบาท 

แม้ตลอดระยะเวลา โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่ถูกดำเนินตั้งแต่ปี 2563 ถึง ปี 2566 จะยังมีช่องโหว่ และความยุ่งยากในการใช้สิทธิอยู่บ้าง แต่นับเป็นโครงการที่ถูกยกว่า ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างดี ในช่วงที่เราสูญเสียรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติไป ผ่านการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศแทน 

เพราะด้วยจำนวนสิทธิและเงินสนับสนุนของ โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ได้ช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับนักท่องเที่ยวคนไทย และทำให้นักท่องเที่ยวมีการใช้จ่ายขณะเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น

จึงอาจกล่าวได้ว่า โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” มีส่วนกระตุ้นความ ต้องการเดินทางท่องเที่ยวของประชาชนในประเทศอย่างมาก คล้ายสร้างแรงจูงใจให้มีการท่องเที่ยวที่มากขึ้นได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวอยู่แล้ว

หากขณะนี้ การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ยังไม่เต็มเป้าหมาย อย่างที่ประเทศไทยตั้งไว้ จะด้วยผลกระทบของเศรษฐกิจโลก และ ภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ที่อาจถูกกระทบจากเหตุไม่ดี การหันมาพึ่งพารายได้จากนักท่องเที่ยวในประเทศ ก็อาจมีความจำเป็นมากขึ้น  เพราะเม็ดเงินจากนักท่องเที่ยว ช่วยสร้างรายได้ให้กับธุรกิจโรงแรม สายการบิน รวมถึงร้านค้ารายย่อยตามแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศไทยที่ไม่ควรมองข้าม


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ