
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาพลังงานจากการสู้รบระหว่างประเทศอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ว่า กระทรวงได้หารือกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์ราคาพลังงานจากผลกระทบการสู้รบดังกล่าว โดยราคาพลังงานล่าสุดมีการขึ้นลงแกว่งตัวในกรอบไม่น่ากังวลแต่กระทรวงจะเฝ้าระวังราคาน้ำมันและราคาเชื้อเพลิงประเภทต่างๆอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารราคาดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ขอประชาชนไม่ต้องกังวลว่าน้ำมันในประเทศจะขาดแคลนเพราะประเทศไทยมีน้ำมันสำรองใช้นานถึง 70 วันโดยไม่ต้องนำเข้า
สำหรับแนวโน้มราคาค่าไฟฟ้างวดเดือน ม.ค.-เม.ย.2567 จะต้องพิจารณาแนวโน้มราคาเชื้อเพลิงอีกครั้ง โดยเฉพาะราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) และปริมาณการผลิตก๊าซธรรมชาติในแหล่งเอราวัณในอ่าวไทยที่จะมีปริมาณเพิ่มเป็น 800 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันในเดือน เม.ย.2567 ตามสัญญา จากปัจจุบันอยู่ที่ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และหากราคาแอลเอ็นจีลดลงและปริมาณก๊าซธรรมชาติจากแหล่งเอราวัณ เข้ามาในระบบตามแผนจะส่งผลดีต่อค่าไฟฟ้าในงวดดังกล่าว จากปัจจุบันค่าไฟฟ้าในงวดเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ มีราคาอยู่ที่ 3.99 บาทต่อหน่วย
ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานจะสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทนในภาคประชาชนและภาคธุรกิจ อาทิ การติดตั้งแผงโซลาร์บนหลังคาบ้าน (โซลาร์รูฟท็อป) การติดตั้งโซลาร์บนหลังคาโรงงาน ล่าสุด ได้หารือกับกระทรวงการคลังให้สนับสนุนเครื่องมือด้านภาษีเพื่อกระตุ้นผู้ลงทุน ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ให้นำการลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์มาลดหย่อนภาษีได้ คล้ายนโยบายช็อปช่วยชาติ รวมทั้งสนับสนุนหน่วยงานรัฐบาลติดโซลาร์โดยไม่ต้องใช้งบประมาณ รวมทั้งเสนอให้หน่วยงานเติร์ดปาร์ตี้ (บุคคลที่ 3) อาทิ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เข้ามาบริหารจัดการ ตลอดจนการบำรุงรักษาทั้งระบบ จะช่วยลดค่าไฟฟ้าผู้ที่ลงทุนติดตั้งให้ลดลง 15-20%.
อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่