มาตรการพยุง ศก.จีนไม่เป็นผล กระทบส่งออกไทย GDP อาจโตแค่ 2.8% ห่วง “ดอกเบี้ย-ภัยแล้ง” ขวางเศรษฐกิจ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

มาตรการพยุง ศก.จีนไม่เป็นผล กระทบส่งออกไทย GDP อาจโตแค่ 2.8% ห่วง “ดอกเบี้ย-ภัยแล้ง” ขวางเศรษฐกิจ

Date Time: 5 ก.ย. 2566 15:05 น.

Video

Claude AI ปลอดภัยสุดในโลก ? อ่านเกม Anthropic จริยธรรม หรือกลยุทธ์ธุรกิจ | Digital Frontiers EP.60

Summary

Latest


แม้ก่อนหน้าคาดการณ์จากหลายสำนักวิจัยเศรษฐกิจ มองตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง 2566 จะฟื้นตัวดีกว่าสถานการณ์ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี (ต.ค.-ธ.ค.) ซึ่งเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวไทย เพราะนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น จะช่วยให้คนในภาคท่องเที่ยวและบริการ มีกำลังซื้อจับจ่ายใช้สอยในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น 

อีกทั้งการจัดตั้งรัฐบาลที่แล้วเสร็จ และเตรียมที่จะผลักดันนโยบายเศรษฐกิจชุดใหม่ออกมา ก็ถูกคาดว่าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ทั้งฝั่งผู้บริโภคและผู้ประกอบการให้ปรับตัวดีขึ้น ตลอดจนมีแนวโน้มว่ารัฐบาลชุดใหม่ เตรียมลดค่าไฟ ค่าน้ำมัน และช่วยพักหนี้ให้เกษตรกร ยิ่งจะทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยดีขึ้น จนผลักดันให้ GDP ไทยปีนี้ น่าจะเติบโตได้มากกว่า 3% 

เศรษฐกิจไทย อาจไม่ไปถึงฝั่งฝัน 

อย่างไรก็ตาม ความเป็นไปได้ดังกล่าวถูกลดแนวโน้มลงเรื่อยๆ อีกทั้งล่าสุดธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพิ่งออกมายอมรับว่า GDP ไทย ไตรมาส 2 ที่ออกมาต่ำกว่าคาด อาจทำให้ ธปท. ทบทวนเป้าหมาย GDP ไทยปีนี้อีกครั้ง 

เจาะในมุมมองของศูนย์วิจัยกรุงศรี พบได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยแล้วเช่นกัน โดยประเมินว่า ปีนี้ GDP จะขยายตัวที่ 2.8% เท่านั้น จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้มากถึง 3.3%

โดยวิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยงและความท้าทายของเศรษฐกิจไทยว่า เป็นผลมาจาก GDP ไตรมาส 2/2566 ที่เติบโตเพียง 1.8% (ต่ำกว่าที่วิจัยกรุงศรีคาดไว้ที่ +2.7%) ประกอบกับภาคส่งออกอ่อนแอกว่าคาด 

ประเมินส่งออกไทยปีนี้ อาจหดตัว 1.5% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 0.5% เนื่องจากเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าชะลอตัว โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน มีการฟื้นตัวช้า ลามภาพรวมการส่งออกไทย ติดลบมาแล้ว 10 เดือน 

จีนออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจไม่เป็นผล กระทบส่งออกไทย 

โดยช่วงที่ผ่านมา จีนที่ได้ทยอยออกมาตรการพยุงเศรษฐกิจออกมาเรื่อยๆ เช่น 

  • การลดภาษีอากรแสตมป์สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์จาก 0.1% สู่ 0.05% เพื่อกระตุ้นตลาดหุ้นที่เผชิญแรงขายต่อเนื่อง 
  • ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ลดอัตราดอกเบี้ยฝากลง 5-25bps เมื่อวันที่ 1 กันยายน 
  • เตรียมปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองเพื่อกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ 
  • ธนาคารกลางประกาศลดสัดส่วนกันสำรอง (RRR) สกุลเงินต่างประเทศ เพื่อเสริมสภาพคล่องเงินตราต่างประเทศ ชะลอการอ่อนค่าของเงินหยวน และบรรเทาผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ

แต่ทั้งหมดไม่เป็นผลมากนัก เพราะความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจยังมีอยู่มาก พบดัชนี PMI ภาคการผลิตรายใหญ่หดตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 ที่ระดับ 49.7 และที่สำคัญดัชนีภาคการบริการลดลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ 51.0 

ทั้งหมดสะท้อนความอ่อนแอของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจีน ท่ามกลางการแผ่วลงของแรงส่งจากการเปิดประเทศ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลต่อการส่งออกของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

คาด กนง.ชะลอขึ้นดอกเบี้ย พยุงเศรษฐกิจ 

ทั้งนี้ การส่งออกของไทยที่อ่อนแอ ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวได้น้อยกว่าที่เคยคาดไว้ นอกจากนี้ การจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้า ยังจะกระทบต่อการใช้จ่ายภาครัฐ ให้ปรับลดลงจากคาดการณ์เดิมอีกด้วย 

"เศรษฐกิจไทยแม้มีทิศทางฟื้นตัว แต่ยังเติบโตได้ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตาม การส่งออกที่อ่อนแอ การจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ล่าช้า  รวมถึงผลกระทบจากภัยแล้ง และต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น (ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนที่สูง) อาจเป็นข้อจำกัดของการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปีนี้" 

จากความเสี่ยงข้างต้น วิจัยกรุงศรีฯ จึงยังคงมุมมองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจจะยุติวงจรการขึ้นดอกเบี้ย ในรอบการประชุมเดือนกันยายน และคาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.25% ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 9 ปี ตลอดในช่วงที่เหลือของปี เพื่อสนับสนุนให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยมีความต่อเนื่อง


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ