“เศรษฐา ทวีสิน” ยอดนักขาย-เจ้าวางแผน ฉากหลังแสนสิริหมื่นล้าน สู่ นายกฯคนใหม่ ที่อยากเห็น คนจนหายไป

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

Tag

“เศรษฐา ทวีสิน” ยอดนักขาย-เจ้าวางแผน ฉากหลังแสนสิริหมื่นล้าน สู่ นายกฯคนใหม่ ที่อยากเห็น คนจนหายไป

Date Time: 24 ส.ค. 2566 12:50 น.

Video

“ตะวันออกกลาง” ความหวังใหม่ดันรายได้ท่องเที่ยว เปิดอินไซด์จากทริป Etihad สายการบินเชื่อมโลก | BrandStory EP.28

Summary

ถอดแนวคิด เปิดนโยบายเชิงธุรกิจ “เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 เจ้าของฉายา ยอดนักขาย - เจ้าวางแผน ฉากหลัง แสนสิริหมื่นล้าน สู่ ผู้นำประเทศ ที่อยากเห็น “คนจน” หายไป

Latest


พลิกประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่คนรุ่นหลานยังต้องเล่าขาน สำหรับ การขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของนักธุรกิจหมื่นล้าน “เศรษฐา ทวีสิน” จากพรรคเพื่อไทย ที่ฝ่าด่าน ทั้งศึกนอกสภา จากการแฉ ปลุกสังคมตรวจสอบ คุณสมบัติ - ธรรมาภิบาล เมื่อครั้งเป็นแม่ทัพใหญ่แสนสิริ ขณะในสภา ก็ต้องยอมรับว่า ประเด็นนี้ ทำให้ สส.ต่างพรรค และ สว.สายอนุรักษนิยม บางคนถึงกับส่ายหัวไม่ยอมรับ 

อย่างไรก็ตาม วานนี้ “เศรษฐา ทวีสิน” ได้รับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เป็นนายกฯ คนที่ 30 ของไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ลั่น! 4 ปี นับหลังจากนี้ จะเป็นห้วงเวลา แห่งการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงของประเทศไทย 

เศรษฐา ให้คำมั่นว่า “จะบำบัดความทุกข์ สร้างความสุข นำพาความเจริญให้กับประชาชนคนไทยและคนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม จะทำให้ประเทศไทย เป็นประเทศแห่งความหวังของคนรุ่นใหม่ เป็นดินแดนแห่งความสุขของคนทุกวัยเป็นประเทศที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ในเวทีนานาชาติอีกครั้ง” 

นับเป็น Speech ที่ปลุกพลัง ชวนฮึกเหิม ขณะเดียวกัน ก็ชวนให้จับตามอง ว่า รัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ นักธุรกิจหมื่นล้าน คนนี้ จะไปสุดแค่ไหน? 

ฉากหลัง ผู้ปูทาง “แสนสิริ”  

ภายใต้ฉากใหญ่ของประเทศไทย ที่ถูกให้ความหวัง ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะคำมั่นของเศรษฐา ที่มีเป้าหมายใหญ่ ว่า อยากยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทย เดินหน้าตั้งรัฐบาลประชาธิปไตย แก้ปัญหาให้กับประชาชน มุ่งมั่นทำทุกนโยบาย เพื่อให้คนไทยกลับมาอยู่ดีกินดี คนไทยจะต้อง “รวยก่อนแก่” คนจนจะต้องลดน้อยลง 

พร้อมข่าวคราว ขุดแคระ ประวัติเศรษฐา ตระกูลทวีสิน และ ครอบครัว-ภรรยา ติดท็อปหน้าโซเชียลมีเดีย จนพาให้อยากรู้จัก ผู้นำคนนี้มากยิ่งขึ้น กับภูมิหลังทางธุรกิจที่ไม่ธรรมดา และ นับว่า “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนักธุรกิจไทย ที่มีกลยุทธ์แยบยลมากที่สุดคนนึง 

รวมไปถึงคำบอกเล่าจากพนักงานแสนสิริ ว่าเขาคือ นักวางแผน - เจ้าพ่อกลยุทธ์ ที่มีสไตล์การทำงานดุดันจริงจัง โดยวัดความสำเร็จได้จาก ผลสำเร็จของ อาณาจักรแสนสิริหมื่นล้าน ที่วันนี้ผ่านมาครึ่งปี สิ่งที่เศรษฐาปูทางเอาไว้ ก็ทำให้แสนสิริ ยืนเหนือตารางอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ไทย ด้วยตำแหน่งผู้ครอง กำไรทางธุรกิจมากที่สุด 3,203 ล้านบาท 

ท่ามกลาง เพื่อนร่วมวงการ อยู่ในภาวะ “ขาดทุน” นับสิบบริษัท จากยอดขายโครงการบ้าน-คอนโดมิเนียม ที่ลดน้อยลง หดการลงทุน เพราะเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวย ยิ่งทำให้อยากรู้ “นิด-เศรษฐา” มีแนวคิด และรูปแบบการทำงานอย่างไร จนทำให้ แสนสิริ ผ่านร้อนหนาว มาได้หลายยุคหลายสมัย 

“เศรษฐา ทวีสิน” ที่พนักงานแสนสิริ ยกให้เป็นต้นแบบ 

ก่อนหน้าความชัดเจนทางการเมืองในวันนี้ ครั้งหนึ่ง พนักงานแสนสิริ เคยโพสต์ถึงอดีตเจ้านาย ไว้อย่างน่าสนใจ จั่วหัว จากพนักงานคนธรรมดาคนหนึ่ง ....ได้เล่าถึง การเติบโตของแสนสิริ ที่ไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบ พร้อมเอ่ยถึงสไตล์การทำงานของเศรษฐา ไว้อย่างน่าสนใจ จนชวนให้ฉุกคิดต่อว่า เมื่อ นักธุรกิจใหญ่ มาอยู่ในคราบของผู้นำประเทศ ภาพที่ออกมาจะเป็นอย่างไร? 

“ทำงานที่นี่มา 32 ปี ตั้งแต่บริษัทยังไม่เกิด นั่งอยู่ในออฟฟิศ no name เล็กๆ เป็นทาวน์เฮาส์ห้องแถว 2 คูหาในซอยนานาเหนือกับพนักงานรุ่นแรกๆ ประมาณ 20 กว่าคน ลูกค้า ญาติหรือเพื่อนถามว่าทำงานที่ไหน? บอกชื่อบริษัทไปมีแต่สีหน้างงสงสัย ต้องอธิบายกันนาน ได้แต่มองบิลบอร์ดเจ้าตลาดแล้วถามตัวเองว่า เมื่อไหร่เราจะโตอย่างเขา? 

ได้เห็นบทบาทความเป็นผู้นำ ที่สามารถทำให้บริษัทเจริญเติบโตจนสามารถเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทมหาชน จนเป็นที่รู้จักเชิดหน้าชูตา มีออฟฟิศทันสมัยที่น่าทำงาน และบัดนี้มีพนักงานในบริษัทในเครือกว่า 5 พันคน

ได้เห็นความทุ่มเททำงานหนักลงรายละเอียดทุกเม็ดเพื่อให้โครงการทุกโครงการจะต้องมี concept และจุดขายที่เด่นชัดเจนจะไม่ปล่อยผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ การมีรสนิยมดีเรื่องความสวยงาม facade รูปแบบโครงการและบ้านตัวอย่างเป็นที่เลื่องชื่อในวงการ การทำงานต้องเร็วสั่งวันนี้แต่อยากได้เมื่อวาน จนมีผลงานทั้งแนวสูงแนวราบ จนจำจำนวนไม่ได้ น่าจะเกือบพันโครงการ" 

เศรษฐา นักธุรกิจใหญ่ ในคราบนักการตลาดตัวพ่อ 

“เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ที่กำลังถูกจับตามอง ยังถูกยกให้เป็น นักขาย และ นักการตลาดตัวยง ในมุมของคนที่ทำงานด้วยกัน ผ่านความคิดสร้างสรรค์ ปรับตามยุค ทันสมัยอย่างรวดเร็ว และคิดถึง “ความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก” มีจิตวิทยาสูง จนสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักเป็นอันดับต้นๆ ในวงการ ผลสะท้อนที่กลับมา คือ ชิ้นงานโฆษณาของบริษัท มักจะเป็นที่จับตาและพูดถึงในเรื่องความโดดเด่นด้านความคิดสร้างสรรค์เสมอๆ 

ในมุมของนักสู้ นักวางกลยุทธ์ ก็ดูเหมือน “เศรษฐา” จะถูกยกย่องให้เป็นต้นแบบในกล้าตัดสินใจ แก้ปัญหาเช่นเดียวกัน อีกทั้งยังเด็ดขาด ไม่นั่งรอปัญหา จนบริษัทฝ่าวิกฤติมรสุมเศรษฐกิจอันสาหัสสากรรจ์มาหลายระลอก เช่น สงครามอ่าวเปอร์เซีย, ต้มยำกุ้ง, แฮมเบอร์เกอร์, Bangkok shut down และวิกฤติการเมืองในประเทศอีกหลายครั้ง รวมถึงวิกฤติโควิดด้วย 

นี่เป็นเพียงภาพสะท้อน ที่ถูกสื่อ ออกมาจากคนที่รู้จักคุ้นเคย ซึ่งไม่อาจยืนยันได้ว่า จริงเท็จแค่ไหน แต่พอจะสรุปความได้ว่า นายกฯ เศรษฐา เป็นที่เกรงขามจนทั้งคนภายในและคนภายนอกเคารพนับถือ และชื่นชมในการทำงาน 

ขณะในมุมของนักข่าวอสังหาริมทรัพย์ ที่พอจะได้สัมผัสคุ้นเคย และร่วมวงสัมภาษณ์อยู่บ้าง “เศรษฐา” ถูกยกเป็นแหล่งข่าว ที่มีอิทธิพล ไม่ได้เข้าถึงง่าย และจะตอบคำถามที่อยากจะตอบเท่านั้น แต่ทุกๆ ประโยคที่ออกมา ถูกนำมาเล่นเป็นข่าวใหญ่ได้ทุกครั้ง ด้วยวาทะที่มีสไตล์เฉียบคม มุมคิดที่กระแทกสังคม สร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ และปลุกโซเชียลให้ลุกฮือทุกครั้ง จนได้รับฉายา CEO สาย Call Out

กลยุทธ์การตลาด กับแบรนด์แสนสิริที่ไม่เคยจม 

เมื่อย้อนไปในมุมนักการตลาดที่เฉียบคม อันจะเห็นได้ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของแสนสิริ ด้วยรายได้หลักหลายหมื่นล้านในแต่ละปี และมีสินทรัพย์ในหลักแสนล้าน อีกทั้ง ปั้นแบรนด์ แตกช่องทางทางธุรกิจ จนมีข่าวติดหน้าสื่อตลอดเวลา ก็มาด้วยกลยุทธ์ที่หลากหลาย ที่เป็นทั้งการสร้างสีสัน และ หนุนผลประโยชน์กลับมาทางอ้อมให้กับบริษัท เช่น 

  • “แสนสิริ” จับมือ “บาร์บีคิวพลาซ่า” นับเป็นการจับมือข้ามธุรกิจ รุกตลาดแนวใหม่ครั้งสำคัญ เกิดแฮชแท็ก #แสนสิริxGONกระจายความสุข ปฏิวัติ
  • การลงทุนในหุ้นกู้รูปแบบใหม่ ด้วยการเปิดตัว “หุ้นกู้แสนสิริ i-EASY” ใครจะไปคิดว่า ลงทุนหมื่นบาท ก็ซื้อหุ้นกู้อสังหาฯ ใหญ่ได้ 
  • การปลุกแบรนด์ร่วม ของ “แสนสิริ” กับ “ขายหัวเราะ” ที่มองยังไงก็เจอกันยาก แต่แสนสิริ ขนแก๊งการ์ตูน มาเป็นลูกเล่นการขาย ในยามที่ตลาดอสังหาฯ กำลังซึมตัวในช่วงโควิดปีที่ผ่านมา

การเคลื่อนไหวเช่นนี้ ทำให้ชื่อของแสนสิริ ไม่เคยหลุดจากตัวเลือกของคนอยากมีบ้าน มีคอนโดฯ ได้เลย อีกทั้งยังช่วยชูให้แบรนด์แสนสิริ มีความทันสมัย และเข้ากับผู้คนได้ทุกวัย ขณะเดียวกัน ก็ล่อตานักลงทุนให้ติดกับดักหนีไปไหนไม่ได้ 

นับเป็นการตลาดแบบแยบยล ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า มาจากความเชี่ยวชาญของผู้เป็นแม่ทัพ จากภูมิหลังด้านการตลาดที่หาตัวจับยาก ย้อนไป เศรษฐาในยุคแรก ก่อนจะเป็นเจ้าพ่ออสังหาฯ เขาเป็นเจ้าหน้าที่การตลาดคนแรก ของ บริษัท Procter & Gamble ซึ่งในเวลานั้น P&G เพิ่งย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทย

เมื่อทำงานไปได้ประมาณ 3 ปี ทาง P&G ได้เสนอให้เขาไปทำงานในต่างประเทศ โดยระบุว่าเป็นหนทางเดียวที่จะก้าวไปสู่ตำแหน่งสูงสุดในเส้นทางอาชีพ ด้านเศรษฐาที่เพิ่งกลับจากการใช้ชีวิตในต่างประเทศได้ไม่นาน ปรารถนาที่จะใช้ชีวิตในเมืองไทยกับครอบครัวจึงตัดสินใจปฏิเสธโอกาสการทำงานดังกล่าว ก่อนที่จะไปทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ร่วมกับคุณอภิชาติ จูตระกูล ผู้เป็นญาติในชื่อ บริษัทแสนสำราญ จำกัด (ชื่อเดิมของแสนสิริ) ในปี 2533  

4 คีย์ สไตล์การทำงานของนายกฯ คนใหม่

แสนสิริ ในการนำของเศรษฐา ถูกนำเสนอออกมา ผ่าน “4 เสา” หรือ กุญแจ 4 ดอก ประกอบด้วย 

  • ผู้ถือหุ้น 
  • พนักงาน 
  • ลูกค้า 
  • สังคม 


โดยช่วงหลัง ก่อนการผลัดตำแหน่ง เข้าสู่วงการการเมืองไทยไม่นาน พบ “เศรษฐา” พยายามปลุก พันธกิจบริษัท สู่ อสังหาฯ แคร์โลก แคร์สังคม มอบโอกาสคนยากไร้  มองไส้ใน คล้ายปูทาง สู่ บันได นักการเมือง ที่ต้องเอา ผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ซึ่งขณะนั้นก็ได้รับการตอบรับจากสังคมในแง่ดี และ เมื่อบวกกับ กระแสความเห็นเผ็ดร้อนในทวิตเตอร์ ที่เจ้าตัวยึดเป็นฐานที่มั่น ส่งต่อความคิดทางการเมือง และ สังคม ยิ่งทำให้ “เศรษฐา” ดูเหมือนจะได้ใจคนรุ่นใหม่ไม่น้อย 

ไม่ทอดทิ้งใคร แคมเปญ ปูทางการเมือง การตลาดสำคัญ 

อีกแง่ภาพที่ออกมา ผ่านความเข้าอก เข้าใจ คนทุกวัย ทุกระดับชั้นทางสังคม ฉายออร่า วิชั่นก้าวไกล ระดับผู้นำ พร้อมๆ กับ ส่งต่อ ภาพออฟฟิศที่ทันสมัย แวดล้อมเอื้อต่อการทำงาน พนักงานมีความเท่าเทียม ภายใน SIRI CAMPUS ออกมาให้เห็นบ่อยครั้ง  

หรือ ปรากฏภาพ เศรษฐา ว่ามักจะนั่งทำงานใน Co-Working Space โดยไม่มีที่นั่งประจำ เพื่อให้พนักงานสามารถแวะเวียนเข้ามาพูดคุยแลกเปลี่ยนปัญหาและหาทางออกร่วมกัน โดยเขาเชื่อว่า การพบเจอกันและเข้าถึงได้ง่ายจะทำให้พนักงานกระตือรือร้น และเมื่อต้องมีการตัดสินใจใดๆ จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ก็ทำให้ แสนสิริ ถูกยกเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้า และเป็นอันดับ 1 ที่คนรุ่นใหม่อยากทำงานมากที่สุด

ในมิติทางสังคมนั้น ที่เห็นชัดเจนและจับต้องได้ ก็คงเป็นครั้งเกิดการระบาดใหญ่ของโควิด ราคาผลไม้ตกต่ำ เศรษฐา เหมาลำไย 12 ตัน จากเกษตรกรชาวลำพูน อุดหนุนแตงโมกว่า 10 ตัน ที่กาฬสินธ์ุ มาแจกจ่ายพนักงานและลูกบ้าน คนงานและชุมชน ทำแคมเปญช่วยเหลือ SME และซื้อของจาก SME ในธุรกิจก่อสร้างมากขึ้น 

โดยประกาศว่า ขอเป็นฟันเฟือง ทำโปรเจกต์ “ไม่ทอดทิ้งใคร” ผ่านโครงการ “No One Left Behind” ด้วยงบ 100 ล้าน เพื่อพาประเทศก้าวผ่านวิกฤติ และเขย่าให้รัฐ เร่งยกการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็น “วาระแห่งชาติ” 

ทั้งหมดนี้ และเป็นเพียงแค่บางส่วนที่แสนสิริ พยายามขายตัวเอง ออกมา เมื่อครั้ง “เศรษฐา ทวีสิน” นั่นเป็นแม่ทัพใหญ่ ซึ่งจะเห็นได้ว่า นักวางแผนคนนี้ เก็บทุกเม็ด โกยทุกมุม คิดใหญ่ ทำใหญ่ เห็นผล และเป็นบวกทั้งทางธุรกิจและสังคม แบบที่ยังไม่เคยเห็นอสังหาฯ รายไหนทำได้ ในเรื่องของการสื่อสารเป็นเอก 

เกมไวทางธุรกิจ สู่ ทางออกประเทศ? 

ส่วนในเกมธุรกิจ แสนสิริ โดยเศรษฐา ใช้หลัก Speed to Marker มองเร็ว - รุกไว เมื่อวิกฤติจ่อหน้า ก็อาจต้องยอมเชือดเนื้อ ทิ้งกำไร เพื่อให้บริษัทอยู่รอด ดั่งจะเห็นได้ว่า ช่วงโควิด เมื่อกำลังซื้อไม่ขยับ แสนสิริ โละขายสินค้า หั่นกำไร แบบยอมเจ็บตัว แต่ก็ทำให้ เบาตัว ไม่แบกต้นทุน ในครานั้น เศรษฐา ยอมเสียหน้า ทำทุกอย่าง เพื่อให้ได้กระแสเงินสดกลับคืนมา จนทำให้ แสนสิริ กลับมาผงาดได้อีกครั้งในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 เรียกว่าเป็นนักธุรกิจที่ กล้าได้ - กล้าเสีย พอตัว 

เล่ามาถึงตอนท้าย ยิ่งทำให้ชวนติดตาม ว่าในเชิงธุรกิจ กับ งานการเมือง ที่แทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลยนั้น “นายกฯ คนใหม่ป้ายแดง” ที่ชื่อว่า เศรษฐา ทวีสิน จะนำพาประเทศไปทางไหน และ เกมรุก เกมเร็ว การตลาดสุดล้ำ ที่เชี่ยวชาญ ในเกมธุรกิจ เมื่อมาอยู่ในเชิงการบริหารประเทศ ที่ต้องทำงานร่วมกับคนหลายพรรค หลายหน่วยงาน หลายสถาบัน จะปังหรือพัง 

ขณะเดียวกัน วาทะ “คนจนจะหมดไป เพราะเศรษฐกิจจะดีขึ้นในรัฐบาลเพื่อไทย” จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ เพราะลมหายใจทางธุรกิจ และ ลมหายใจของประเทศ มันคนละทาง....


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ