สินค้าเกษตรซมพิษ "เอลนีโญ" คาดผลผลิตลดส่งออกดิ่ง-จับตากระทบขนส่งน้ำ

Economics

Thai Economics

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

Tag

สินค้าเกษตรซมพิษ "เอลนีโญ" คาดผลผลิตลดส่งออกดิ่ง-จับตากระทบขนส่งน้ำ

Date Time: 29 ก.ค. 2566 06:15 น.

Summary

ม.หอการค้าไทย ชี้เอลนีโญ ทำรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรไทยปีนี้หายวับเกือบ 1 แสนล้านบาท ส่วนรัสเซียถอนตัวออกจาก “ข้อตกลงส่งออกธัญพืช” คาดดันราคาธัญพืชโลก และเงินเฟ้อโลกทะยาน เงินเฟ้อไทยพุ่ง 04–1.6%

Latest

คาใจไทยติดโผประเทศเฝ้าระวัง

ม.หอการค้าไทย ชี้เอลนีโญ ทำรายได้จากการส่งออกสินค้าเกษตรไทยปีนี้หายวับเกือบ 1 แสนล้านบาท ส่วนรัสเซียถอนตัวออกจาก “ข้อตกลงส่งออกธัญพืช” คาดดันราคาธัญพืชโลก และเงินเฟ้อโลกทะยาน เงินเฟ้อไทยพุ่ง 04–1.6% ด้าน สนค.คาดเอลนีโญกระทบเส้นทางขนส่ง สายเดินเรือขึ้นค่าธรรมเนียมแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้วิเคราะห์ผลกระทบของปรากฏการณ์เอลนีโญในขณะนี้ ที่มีผลทำให้อุณหภูมิร้อนขึ้น ปริมาณน้ำฝนน้อยกว่าปกติ และเกิดภาวะแห้งแล้งที่มีต่อการส่งออกไทยในปี 66 โดยพบว่า จะทำให้การส่งออกสินค้าเกษตรในปีนี้หดตัวหรือติดลบ 2.7% ถึงลบ 10.9% มูลค่าการส่งออกหายไป 24,952-99,809 ล้านบาท และมีผลทำให้การส่งออกในภาพรวมปีนี้ลดลง 0.3-1.0%

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ปริมาณน้ำฝนในประเทศเดือน ม.ค.-มิ.ย.66 อยู่ที่ 417 มิลลิเมตร ใกล้เคียงกับปี 62 ซึ่งเป็นปีที่ไทยแล้งที่สุดในรอบ 16 ปี ที่ 410 มิลลิเมตร และคาดว่าเอลนีโญจะเกิดขึ้นต่อเนื่องไปอีก 2-3 ปี ดังนั้น ถ้าปีนี้ปริมาณฝนน้อย น้ำต้นทุนสำหรับใช้ในปีหน้าและปีต่อไปน้อย สินค้าเกษตรของไทยแทบทุกชนิดจะได้รับผลกระทบรุนแรง และทำให้การส่งออกลดลงได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลไม้ ฯลฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับภาวะภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน 2-3 ปี

นอกจากนี้ยังพบอีกว่า กรณีที่รัสเซียถอนตัวออกจากข้อตกลงการส่งออกธัญพืชเชิงพาณิชย์ผ่านทางทะเลดำ ตั้งแต่เดือน ก.ค.66 จะทำให้ราคาธัญพืชของโลก และเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นอีก เพราะยูเครนซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกธัญพืชอย่างข้าวสาลีรายใหญ่ของโลกไม่สามารถส่งออกได้จะเกิดภาวะขาดแคลน และราคาธัญพืชโลกสูงขึ้นเหมือนปี 64 ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าต่างๆสูงขึ้นจนต้องปรับขึ้นราคาขายและกดดันให้เงินเฟ้อโลกสูงขึ้น

โดยคาดว่า หากยูเครนส่งออกธัญพืชลดลง 25% จะผลักดันให้ราคาธัญพืชโลกเพิ่มขึ้น 8.9% มีผลให้เงินเฟ้อโลกเพิ่มขึ้น 5.5% และเงินเฟ้อไทยเพิ่มขึ้นอีก 0.4% แต่ถ้ายูเครนส่งออกลดลง 50% จะทำให้ราคาธัญพืชโลกเพิ่มขึ้น 17.9% เงินเฟ้อโลกเพิ่ม 10.9% และเงินเฟ้อไทยเพิ่ม 0.8% หากยูเครนส่งออกลดลง 75% ราคาธัญพืชโลกจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นถึง 26.8% เงินเฟ้อโลกเพิ่ม 16.4% และเงินเฟ้อไทยเพิ่ม 1.2% และหากยูเครนส่งออกไม่ได้เลย ราคาธัญพืชจะยิ่งสูงขึ้นถึง 35.8% เงินเฟ้อโลกจะทะยานถึง 21.9% และเงินเฟ้อไทยเพิ่ม 1.6% ขณะเดียวกันยังประเมินว่า ปี 66 สงครามรัสเซียและยูเครนที่ยังยืดเยื้อ จะทำให้การส่งออกไทยลดลง 0.4% รายได้หายไป 1,094 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 37,209 ล้านบาท

ด้านสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า เอลนีโญรอบนี้ที่คาดจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง 2-3 ปีนับจากนี้ จะทำให้ผลผลิตสินค้าเกษตรของไทยและทั่วโลกลดลง ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมการเกษตรของไทย เพราะราคาวัตถุดิบนำเข้าจะสูงขึ้น และอาจกระทบต่อการส่งออกไทยได้ในที่สุด ดังนั้น ผู้ส่งออกต้องเตรียมรับมือ วางแผนหาแหล่งนำเข้าอื่น หรือสินค้าอื่นทดแทน

นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อภาคการขนส่งด้วย ทั้งในด้านต้นทุนการขนส่ง คลังสินค้า และกิจกรรมอื่นๆด้านโลจิสติกส์ รวมถึงอาจทำให้ความต้องการใช้พลังงานสูงขึ้น และนำไปสู่ความผันผวนของราคาพลังงาน โดยล่าสุด คลองปานามา เส้นทางขนส่งสินค้าทางทะเลที่สำคัญของโลก ได้รับผลกระทบแล้ว ณ วันที่ 24 มิ.ย.66 ระดับน้ำในคลองต่ำสุดในรอบ 10 ปี ปานามาได้ประกาศจำกัดความลึกของเรือขนส่งสินค้า และอาจมีมาตรการ หรือข้อจำกัดอื่นในการขนส่งสินค้าอีก ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูงขึ้น และหลายสายการเดินเรือปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขนส่งแล้ว

อย่างไรก็ตาม คลองปานามาไม่ใช่เส้นทางขนส่งหลักของไทย จึงอาจไม่กระทบการส่งออกไทยโดยตรง แต่อาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ที่ทำให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าสูงขึ้น ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ควรติดตามสถานการณ์การขนส่งทางทะเล เส้นทางทรานส์แปซิฟิกอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการขนส่ง และป้องกันผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น และนำไปสู่ความสูญเสียทางการเงิน การหยุดชะงักของการขนส่ง อีกทั้งต้องติดตามข้อมูลข่าวสารเพื่อใช้กำหนดกลยุทธ์เชิงรุกและมาตรการปรับตัว รวมถึงเลือกรูปแบบและเส้นทางขนส่งที่เหมาะสม.


Author

กองบรรณาธิการ

กองบรรณาธิการ
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ